[รัฐรัฐเนแบรสก้า] [เมืองโอกัลลาลา] เฮย์ธอร์น แลนด์ แอนด์ แคทเทิล

[คัดลอกลิงก์]

หากท่านเป็นกึ่งเทพผู้หลงทาง สามารถสมัครสมาชิกเข้าร่วมกับเราได้ที่นี่ https://t.me/+etLqVX17bGg5ZjBl

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา ลงทะเบียน

×




Haythorn Land & Cattle Co.

เฮย์ธอร์น แลนด์ แอนด์ แคทเทิล, เมืองโอกัลลาลา, รัฐเนแบรสกา




เฮย์ธอร์น แลนด์ แอนด์ แคทเทิล

(Haythorn Land & Cattle Co.)



           ตั้งอยู่ห่างจากทางเหนือของเมืองโอกัลลาลา รัฐเนแบรสกา เพียง 17 ไมล์ เฮย์ธอร์น แลนด์ แอนด์ แคทเทิล คือเจ้าของรางวัล AQHA Remuda Award ครั้งแรกอันทรงเกียรติ ที่นี่คือฟาร์มปศุสัตว์ที่ยังคงดำเนินงานจริง โดยเน้นการเพาะพันธุ์วัวเนื้อเชิงพาณิชย์พันธุ์ แบล็ค แองกัส (Black Angus) รวมถึงม้าพันธุ์ ควอเตอร์ฮอร์ส (Quarter Horse) สายเลือดต้นตำรับ


           ฟาร์มแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางเนินทราย แซนด์ฮิลล์ (Sandhills) ที่คดเคี้ยวของเนแบรสกา ซึ่งเป็นภูมิภาคที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอย่าง โอกัลลาลา อะควิเฟอร์ (Ogallala Aquifer) พื้นที่อันกว้างใหญ่แห่งนี้ยังเป็นบริเวณเนินทรายที่มีหญ้าปกคลุมถาวรที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีหญ้าบลูสเต็ม (Blue stem), แกรมมา (Gramma) และหญ้าบัฟฟาโล (Buffalo grasses) ช่วยยึดหน้าดินเอาไว้ ในช่วงฤดูร้อน ดอกไม้ป่าสีหวานจะผลิบานอวดโฉมท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจี พร้อมเสียงนกเคอร์ลิวขานรับกันใต้ท้องฟ้าสีคราม การได้มองออกไปเหนือเนินเขาที่ลาดเอียงในเย็นวันฤดูร้อนที่เงียบสงัดขณะดวงอาทิตย์ตกดิน คือความสงบสุขที่แท้จริง



ประวัติศาสตร์ตระกูลเฮย์ธอร์น: ตำนานคาวบอยแห่งอเมริกา

โดย ลี พิตส์


           ชาวอินเดียนแดงที่เคยอาศัยอยู่ในภูมิภาคแซนด์ฮิลล์อันกว้างใหญ่กว่า 20,000 ตารางไมล์ และเด็กหนุ่มจากแลนคาสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ต่างรู้ซึ้งดีว่าที่นี่คือ "สรวงสวรรค์แห่งความอุดมสมบูรณ์" แฮร์รี่ เฮย์ธอร์นธเวต (Harry Haythornthwaite) หรือ "แฮร์รี่" ได้ทิ้งรอยเท้าที่ลบเลือนไม่ได้ไว้บนผืนทรายแห่งนี้ และช่วยเปลี่ยนแซนด์ฮิลล์ให้กลายเป็น "ดินแดนของคาวบอย" อย่างเช่นทุกวันนี้


           จุดเริ่มต้นจากความรักที่ผิดหวัง: ในปี 1876 แฮร์รี่ในวัย 16 ปี อกหักจากการถูกปฏิเสธไม่ให้แต่งงาน เขาจึงหนีขึ้นเรือมุ่งหน้าสู่อเมริกาและถูกบังคับให้ชดใช้ค่าโดยสารด้วยการดูแลฝูงวัวพ่อพันธุ์หน้าขาวมุ่งหน้าสู่เท็กซัส แฮร์รี่ใช้เวลา 8 ปีเรียนรู้งานในอุตสาหกรรมใหม่จนกลายเป็นคาวบอยเต็มตัว เขาเดินทางขึ้นเหนือจากเท็กซัสมายังเนแบรสกาถึงสองครั้ง และในครั้งที่สองเขาตัดสินใจปักหลักอยู่ที่เมืองโอกัลลาลา เปิดโรงเลี้ยงม้า ย่อชื่อสกุลให้สั้นลงเหลือเพียง "เฮย์ธอร์น" และแต่งงานกับเอ็มม่า กิลพิน ลูกสาวสัตวแพทย์


           ในปี 1884 แฮร์รี่และเอ็มม่าเริ่มสร้างอาณาจักรด้วยการบุกเบิกที่ดินห่างจากเมืองอาร์เธอร์ไปทางตะวันออก 4 ไมล์ นับเป็นจุดกำเนิดของราชวงศ์นักทำฟาร์มชาวอเมริกัน



จิตวิญญาณและความแกร่ง


           ปัจจุบัน เฮย์ธอร์น แลนด์ แอนด์ แคทเทิล ขยายอาณาจักรครอบคลุมพื้นที่ฟาร์มสองแห่งในสองเทศมณฑลของเนแบรสกา ภายใต้การดูแลของ เคร็ก เฮย์ธอร์น (เหลนของแฮร์รี่) พร้อมครอบครัว พวกเขาผ่านพ้นทั้งพายุหิมะ ราคาวัวตกต่ำ และภาษีที่สูงลิ่วมาได้ด้วยสิ่งที่คาวบอยเรียกว่า "Grit" หรือความใจเด็ด


           ม้าคือหัวใจ: แม้โลกจะเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์ แต่เฮย์ธอร์นยังคงใช้ม้าลากจูงเกวียนให้อาหารสัตว์ในฤดูหนาวและเก็บหญ้าในฤดูร้อน เเคร็กกล่าวว่า "การเลี้ยงม้านั้นประหยัดกว่าการใช้รถแทรกเตอร์เสียอีก"


           สายสัมพันธ์ดุจครอบครัว: คาวบอยที่นี่ได้รับการดูแลเหมือนคนในครอบครัว บางคนทำงานที่นี่มานานกว่า 50 ปีจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต จนมีคำกล่าวเล่น ๆ ว่าพวกเขาคงเสียชีวิตและไปสวรรค์... ซึ่งสำหรับคนที่นี่ สวรรค์คงหน้าตาคล้ายกับทุ่งแซนด์ฮิลล์ในเนแบรสกา


มรดกแห่งคนรักม้า (A Horseman's Heritage)


           ฟาร์มเฮย์ธอร์นเป็นฟาร์มแรกในเนแบรสกาที่จดทะเบียนม้าควอเตอร์ฮอร์ส และได้รับรางวัล Remuda Award ในปี 1993 ม้าของที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็น "ม้าฟาร์มตัวจริง" ที่เติบโตและฝึกฝนในแคมป์วัวท่ามกลางธรรมชาติ ไม่ใช่ในโรงเรือนหรือสนามกีฬา ทุกๆ 4 ปี จะมีการเปิดประมูลม้าครั้งใหญ่ ซึ่งดึงดูดผู้คนกว่า 4,000 คนจากทั่วโลกมาร่วมงานเพื่อครอบครองม้าทำงานที่มีคุณภาพที่สุดในอเมริกา



ฝูงวัวโคลคีสผู้โหยหาความสงบ


           ท่ามกลางฝูงวัวแบล็ค แองกัส นับพันตัวที่เล็มหญ้าอย่างสงบ มักจะมี วัวโคลคีส (Colchis Bulls) หรืออสุรกายวัวทองสัมฤทธิ์พ่นไฟแฝงตัวปะปนอยู่ด้วยเสมอ พวกมันหลายตัวอ่อนล้าจากสงครามของเหล่าทวยเทพและปรารถนาเพียงจะใช้ชีวิตอย่างวัวธรรมดาในทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่แห่งนี้ โดยอาศัยรูปลักษณ์ที่น่าเกรงขามกลมกลืนไปกับฝูงปศุสัตว์เพื่อหลบหนีจากชะตากรรมที่ต้องถูกใช้เป็นอาวุธ



ชะตากรรมที่ไม่อาจเลี่ยง


           อย่างไรก็ตาม แหล่งกบดานที่ดูเหมือนจะปลอดภัยนี้มักถูกเหล่าเทพเจ้าหรืออำนาจมืดล่วงรู้ตำแหน่งอยู่เสมอ

           การบังคับใช้แรงงาน: เทพเจ้ามักจะเสด็จลงมาดึงพวกมันออกจากฝูงเพื่อนำไปใช้ในการต่อสู้หรือเฝ้าสถานที่สำคัญ

           กับดักมรณะ: บ่อยครั้งที่พวกมันถูกบังคับให้ซุ่มโจมตีเดมิกอดที่เดินทางผ่านบริเวณนี้ โดยใช้พละกำลังมหาศาลและลมหายใจที่เป็นเปลวเพลิงแผดเผาเพื่อกระชากกินเนื้อและทำลายล้างเป้าหมายไม่ให้รอดชีวิตไปได้

           ความเสี่ยงของนักเดินทาง: สำหรับเดมิกอดที่ต้องผ่านเส้นทางนี้ การมองหาฝูงวัวท่ามกลางม่านหมอกต้องทำด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะวัวที่คุณเห็นว่ากำลังเล็มหญ้าอยู่อย่างเงียบสงบ อาจเปลี่ยนเป็นเครื่องจักรสังหารทองสัมฤทธิ์ได้ในพริบตา



ฝูงวัวโคลคีสจะเกิดทุก ๆ 3 เดือนในการก่อรูปร่างและกลับมาที่นี่





แสดงความคิดเห็น

God
โพสต์ 26372 ไบต์และได้รับ 12 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-1-16 23:05
โพสต์ 2026-2-9 13:49:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
RECORDS // PHASE 01 อาชาเหล็ก แห่งรัตติกาล
OPERATIONAL DATE 29 ธันวาคม 2025 –
31 ธันวาคม 2025
VECTOR PATH ค่ายฮาล์ฟบลัด, นิวยอร์ก ➔
โอกัลลาลา, เนแบรสกา
TOTAL DISTANCE ประมาณ 1,580 ไมล์

แสงเงินแสงทองของเช้าวันที่ 29 ธันวาคม ยังไม่ทันปรากฏบนเส้นขอบฟ้าของเกาะลองไอแลนด์ อากาศที่หนาวเหน็บจนหยดน้ำค้างบนยอดหญ้าแปรเปลี่ยนเป็นเกล็ดน้ำแข็งแหลมคมกลับถูกสั่นสะเทือนด้วยขุมพลังที่ซ่อนเร้น คริสโตเฟอร์ บราวน์ หรือ คริส บุตรแห่งเฮเฟตัสผู้มีใบหน้าสงบนิ่งและมั่นคงตามสัญชาตญาณของสายลับ CIA ยืนนิ่งสนิทท่ามกลางลมพัดแรง นิ้วมือแข็งแรงของเขาสัมผัสพวงกุญแจรถขนาดจิ๋วในอุ้งมือเพียงครู่เดียว ก่อนที่กลไกสลับซับซ้อนอันเป็นเอกลักษณ์ของเทพช่างจะเริ่มทำงานขยายร่างมันออกเป็น Bugatti La Voiture Noire สีดำขลับที่เงางามดุจหินออบซิเดียน มันจอดสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า แฝงไปด้วยความน่าเกรงขามดุจสัตว์ร้ายที่หลุดออกมาจากนิมิตแห่งรัตติกาล

ภายในห้องโดยสารที่หรูหราและล้ำสมัยด้วยวิศวกรรมสวรรค์ ไลซานเดอร์ เรธมอร์ เด็กหนุ่มชาวอังกฤษวัย 15 ปี นั่งประจำการอยู่ด้วยท่วงท่าที่พยายามข่มความประหม่า เขาขยับแจ๊กเก็ตมีฮู้ดสีหม่นให้กระชับร่างกายอันสั่นเทาจากความตื่นเต้น มือเรียวบางลูบคลำไปที่เข็มขัดโลหะสีดำอมม่วงของชุดเกราะ โอไนรอสเบิร์ส! ที่รัดแน่นรอบเอว สัญลักษณ์ตาวงพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวตรงกึ่งกลางเข็มขัดยังคงหมุนวนช้า ๆ ราวกับเข็มนาฬิกาที่คอยย้ำเตือนว่า ภารกิจนี้คือสมรภูมิที่เส้นกั้นระหว่างความจริงและความฝันนั้นบางเฉียบจนแทบสัมผัสไม่ได้

"หนึ่งพันห้าร้อยไมล์เศษ ๆ เราต้องถึงเนแบรสกาภายในวันที่ 31 นี้" คริสเอ่ยเสียงเรียบพลางหยิบ เลนส์แห่งปัญญาของเฮเฟตัส ขึ้นมาสวมใส่ แว่นวิเศษที่สร้างจากสำริดสวรรค์และไม้มะเกลือดำเล่มนี้คือของขวัญรับปริญญาที่เขาภาคภูมิใจ เลนส์วิเศษเริ่มส่องประกายสีทองจาง ๆ ประมวลผลแผนที่และจุดอ่อนของเส้นทางผ่านม่านหมอกหนาทึบอย่างรวดเร็ว เขาเหยียบคันเร่งพารถสปอร์ตพุ่งทะยานออกจากอาณาเขตของค่ายมุ่งหน้าสู่ไฮเวย์ที่ทอดยาวตัดผ่านทวีปอเมริกา ทิ้งรอยล้อไว้บนพื้นดินที่ปกคลุมด้วยหิมะบาง ๆ

การเดินทางในช่วงสองวันแรกเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ถูกบีบอัดอยู่ภายใต้ความเร็วเหนือแสง รถ Bugatti สีดำทำความเร็วได้เหนือกว่ารถยนต์ปกติใด ๆ ด้วยการปรับแต่งจากวิศวกรรมเทพช่าง ทักษะการขับขี่ในฐานะสายลับ CIA ของคริสทำให้การเดินทางผ่านรัฐนิวเจอร์ซีย์และเพนซิลเวเนียเป็นไปอย่างรวดเร็วและไร้ร่องรอยให้มนุษย์ปรกติสังเกตเห็น ระหว่างทางคริสคอยตรวจสอบระบบของ ชุดเกราะชิลด์เมท ที่ผสานเข้ากับตัวรถ ขณะที่ไลซานเดอร์มักจะนั่งนิ่งเงียบ ดวงตาสีฮาเซลมองดูวิวทุ่งหญ้าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากตึกระฟ้าเป็นทุ่งกว้างสุดลูกหูลูกตา เขารู้สึกได้ถึงน้ำหนักของดาบใหญ่ ไฟร์เยอร์บริงเกอร์ซาวเออร์เบลซ ที่พิงอยู่เบาะหลัง กลิ่นไหม้จาง ๆ ที่เล็ดลอดออกมาจากฝักดาบเป็นเครื่องเตือนใจถึงพลังที่ซ่อนอยู่ภายในจินตนาการของเขาเอง

คืนวันที่ 30 ธันวาคม ขณะหยุดพักเติมพลังด้วยทาโก้อาหารโปรดของคริสริมทางหลวงในเขตไอโอวา ไลซานเดอร์แอบหยิบตัวต่อเลโก้ออกมานั่งประกอบเงียบ ๆ เพื่อคลายความกดดันจากการถูกเลี้ยงดูในตระกูลนักการเมืองที่เคร่งครัด คริสมองดูรุ่นน้องด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดาภายใต้เลนส์แห่งปัญญา เขารู้ดีว่าความเงียบขรึมของไลซานเดอร์ซ่อนบุคลิกจูนิเบียวและความอยากมีเพื่อนเอาไว้ แต่ในโลกของเดมิก็อด ความประมาทเพียงนิดเดียวอาจหมายถึงชีวิต

จนกระทั่งเข้าสู่วันที่ 31 ธันวาคม ภูมิทัศน์รอบตัวก็แปรเปลี่ยนเป็นเนินทราย แซนด์ฮิลล์ อันกว้างขวางของรัฐเนแบรสกา ท่ามกลางทุ่งหญ้าบลูสเต็มสีนวลและอากาศที่เย็นยะเยือกจนผิวหน้าชาหนึบ รถยนต์หรูค่อย ๆ ชะลอความเร็วลงเมื่อเข้าสู่เขตฟาร์ม เฮย์ธอร์น แลนด์ แอนด์ แคทเทิล คริสสังเกตเห็นม่านหมอกที่หนาผิดปกติปกคลุมฝูงวัวแบล็ค แองกัส นับพันตัวที่กำลังเล็มหญ้าอย่างสงบ ทว่าเลนส์แห่งปัญญาบนใบหน้าของเขากลับสั่นสะเทือนเบา ๆ มันตรวจพบแร่กำมะถันและความร้อนจากกลไกทองสัมฤทธิ์ที่ซ่อนเร้นอยู่ในร่างของสัตว์ปศุสัตว์เหล่านั้น

"เตรียมตัวให้พร้อม ไลซานเดอร์" คริสกระซิบพลางเช็คระบบเชื่อมต่อของชุดเกราะชิลด์เมทที่แฝงไว้ในแขนเสื้ออย่างแนบเนียน "วัวโคลคีสพวกนี้มันกำลังรอเวลาปีใหม่เพื่อที่จะตื่นขึ้นมาแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจล" ไลซานเดอร์สูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมสมาธิให้จดจ่อที่จุดศูนย์กลางของพลังแห่งมอร์เฟียส ภารกิจ ณ เมืองโอกัลลาลา กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจ

แสดงความคิดเห็น

God
โพสต์ 16891 ไบต์และได้รับ 8 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-2-9 13:49
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x25
x25
x1
x3
x1
x3
x2
x1
x1
x1
x1
x3
x100
x1
x1
x1660
x1
x1
x1
x1
x1
x43
x10
x214
x1
x2
x2
x2
x2
x1
x1
x1
x2
x1
x1
x2
x2
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x3
x1
x1
x1
x2
x1
x2
x15
x1
x1
x1
x1
x1
x77
x1
x1
x16
x10
x35
x20
x2
x1
x5
x1
x3
x3
x1
x2
x1
x1
x1
x4
x6
x2065
x8
x8
x7
x1
x3
x1
x2
x2
x3
x1
x10
x15
x5
x5
x955
x3
x1
x1
x7
x7
x3
x1
x3
x5
x8
x1
x15
x1
x1
x3
x1210
x1854
x17
x3273
โพสต์ 2026-2-9 17:00:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
PHASE II

เพลิงทองสัมฤทธิ์
ในม่านรัตติกาล

เสียงลมหวีดหวิวพัดผ่านทุ่งหญ้าแซนด์ฮิลล์ที่ปกคลุมด้วยหิมะบาง ๆ ม่านหมอกหนาทึบเริ่มบิดเบี้ยวราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมากวนมันให้ขุ่นมัว คริสโตเฟอร์ บราวน์ ยืนนิ่งอยู่ข้างรถ Bugatti ที่บัดนี้ถูกลดขนาดกลับไปเป็นพวงกุญแจเพื่อความคล่องตัว แสงสีทองจาก เลนส์แห่งปัญญาของเฮเฟตัส บนใบหน้าของเขาสว่างวาบขึ้น มันฉายภาพร่างพิมพ์เขียวของสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้าผ่านม่านหมอก เผยให้เห็นฟันเฟืองที่หมุนวนด้วยความร้อนสูงภายในร่างของวัวปศุสัตว์

"พวกมันไม่ได้มาเพื่อเล็มหญ้าอีกต่อไปแล้ว ไลซานเดอร์"

คริสเอ่ยด้วยเสียงต่ำที่เป็นงานเป็นการ มือของเขาแตะไปที่สายรัดแขนก่อนที่ ชุดเกราะชิลด์เมท จะเริ่มทำงาน แผ่นสัมฤทธิ์วิเศษสไลด์ออกมาปกคลุมร่างกายเขาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับ ปืนเทคคาออส ที่ล็อกเข้ากับส่วนแขนอย่างแนบเนียน

ไลซานเดอร์ เรธมอร์ สูดลมหายใจเข้าลึกจนปอดเย็นเยือก ท่าทางประหม่าก่อนหน้านี้เลือนหายไปเมื่อสัญชาตญาณเดมิก็อดถูกกระตุ้น เขาแตะมือลงบนหัวเข็มขัดที่มีสัญลักษณ์พระจันทร์ครึ่งเสี้ยวหมุนวน

“ปลุกฝันในม่านรัตติกาล... Oneiroburst!”

สิ้นคำสั่งเสียง บรรยากาศรอบตัวไลซานเดอร์พลันบิดเบี้ยวเหมือนผิวน้ำที่ถูกโยนหินลงไป ม่านแห่งความฝันถูกเปิดออกชั่วพริบตา สำหรับคริส เขาเห็นรุ่นน้องยืนนิ่งเพียงเสี้ยววินาที แต่สำหรับใครก็ตามที่จ้องมองมา จะเห็นฉากการแปลงร่างที่อลังการราวกับหลุดออกมาจากอนิเมะกินเวลานับนาที เมื่อม่านพลังจางลง ไลซานเดอร์ยืนตระหง่านในชุดเกราะ โอไนรอสเบิร์ส! สีม่วงอมแดง พร้อมกับสวม ดรีมเฮล์ม-ไทป์วัน ที่มีแถบแสงสีไวโอเลตเรืองรอง

เขากระชับดาบ ไฟร์เยอร์บริงเกอร์ซาวเออร์เบลซ ไว้แน่น ดาบใหญ่ใบมีดกว้างทรงหัวตัดเริ่มเรืองแสงสีส้มหม่นและส่งกลิ่นไหม้จาง ๆ จิตของเขาดำดิ่งลงสู่ "สภาวะฝันรู้ตัว" (Lucid State) ทันที

"มออออออออออ!"

เสียงคำรามดุจหวูดรถไฟดังขึ้นพร้อมกับร่างของวัวโคลคีสสามตัวที่พุ่งทะยานออกมาจากหมอก ผิวหนังสีดำของมันลอกออกเผยให้เห็นทองสัมฤทธิ์ร้อนแดงที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า ลมหายใจที่เป็นเปลวเพลิงพุ่งออกมาจากจมูกโลหะเผาผลาญทุ่งหญ้าบัฟฟาโลจนกลายเป็นเถ้าถ่าน

"แยกกันโจมตี! ฉันจะทำลายวงจรขาของพวกมัน นายใช้ฝันร้ายสยบจิตใจมันซะ!"

คริสตะโกนสั่งพลางทะยานตัวขึ้นด้วยระบบขับเคลื่อนเจ็ตที่ฝ่าเท้า เขาบรรจุกระสุนสัมฤทธิ์วิเศษเข้าสู่ปืนเทคคาออส เลนส์แห่งปัญญาประมวลผลล็อคเป้าหมายไปที่ข้อต่อลูกปืนที่จุดย่อยของขาหน้าวัวตัวแรก ปัง! ปัง! ปัง! กระสุนแต่ละนัดแม่นยำดุจสายลับ CIA ผู้เชี่ยวชาญ วัวโคลคีสตัวแรกเสียหลักล้มคะมำจนดินทรายกระจุย

ในขณะเดียวกัน ไลซานเดอร์เคลื่อนที่พริ้วไหวราวม่านหมอก ทุกก้าวย่างของเขาสร้างภาพลวงตาจากความฝันนับสิบชุดรอบตัวศัตรู ทำให้วัวตัวที่สองพ่นไฟใส่เพียงความว่างเปล่า ไลซานเดอร์เงื้อดาบยักษ์ขึ้นเหนือศีรษะ เปลวไฟม่วงอมแดงลุกท่วมใบดาบเมื่อเขาสื่อสารกับวิญญาณของอาวุธที่มีชีวิต เขาฟาดฟันลงไปที่กลางลำตัวของอสุรกายเหล็ก ไม่ใช่แค่ความเสียหายทางกายภาพ แต่มันคือการอัดฉีด "ฝันร้าย" เข้าไปในระบบประมวลผลของมัน วัวเครื่องจักรหยุดชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาไฟนรกของมันหม่นแสงลงเพราะความสับสนระหว่างความจริงและภวังค์ที่ถูกสร้างขึ้น

"ตอนนี้แหละไลซานเดอร์! ปิดฉากมัน!"

คริสบินโฉบลงมาพร้อมกับเตรียมเครื่องมือถอดรหัสกลไกเพื่อปลดชนวนระเบิดกำมะถันในใจกลางร่างของพวกมัน การต่อสู้ในคืนข้ามปีกลางทุ่งหญ้าเนแบรสกาเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และนี่คือบทพิสูจน์ว่าศิษย์สายตรงของลีโอ วัลเดช และอัศวินพิทักษ์ฝันจะสามารถรักษาความสงบของสรวงสวรรค์แห่งคาวบอยนี้ไว้ได้หรือไม่

ท่ามกลางเสียงระเบิดของไอพ่นจากชุดเกราะ ชิลด์เมท ที่คำรามลั่นตัดกับอากาศหนาวเหน็บ คริสโตเฟอร์ พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าที่บัดนี้ถูกอาบด้วยแสงสีเพลิงจากลมหายใจอสุรกาย เลนส์แห่งปัญญาของเขากะพริบถี่เป็นรหัสภาพร่างสามมิติของวัวโคลคีสตัวที่สามที่กำลังตั้งหลักพุ่งชน เขากดปุ่มที่แขนเสื้อ ปลดปล่อยกระสุนสัมฤทธิ์วิเศษชุดใหญ่จาก ปืนเทคคาออส เข้าสกัดกั้นเพื่อเปิดทางให้รุ่นน้องที่กำลังดำดิ่งอยู่ในสภาวะหลับไหลทั้งที่ยังยืนอยู่

ขณะเดียวกัน ไลซานเดอร์ ที่อยู่ภายใต้หน้ากาก ดรีมเฮล์ม-ไทป์วัน กำลังเคลื่อนไหวด้วยจังหวะที่เหนือธรรมชาติ ร่างกายของเขาขยับไปตามภาพนิมิตในการต่อสู้ที่เขามองเห็นล่วงหน้าใน "สภาวะฝันรู้ตัว" ทุกครั้งที่เขาสะบัดดาบ ไฟร์เยอร์บริงเกอร์ซาวเออร์เบลซ คลื่นความร้อนสีม่วงอมแดงจะแผ่ซ่านออกมา ไม่ใช่เพียงเพื่อทำลายเกราะทองสัมฤทธิ์ แต่เพื่อแผดเผา "เจตจำนง" ที่ถูกสั่งการมาจากอำนาจมืด วัวโคลคีสตัวหนึ่งถึงกับชะงักและเริ่มเดินโซเซเมื่อมันถูกยัดเยียดฝันร้ายที่ว่าตัวมันเป็นเพียงเศษเหล็กที่ถูกทิ้งขว้างในกองขยะแห่งทาร์ทารัส

"ไลซานเดอร์! ล็อกตัวมันไว้! ฉันจะเข้าถึงแกนกลาง!" คริสตะโกนสั่งพร้อมกับโฉบลงมาด้วยความเร็วสูง

"น้อมรับบัญชา... ท่านแม่ทัพแห่งเฮเฟตัส!"

ไลซานเดอร์ตอบรับด้วยน้ำเสียงก้องกังวานที่ดูราวกับมาจากโลกอื่น เขาปักดาบลงบนพื้นดินที่ปกคลุมด้วยหญ้าบลูสเต็ม พลันเกิดเป็นคลื่นหมอกสีม่วงเข้มขยายตัวออกเป็นวงกว้าง ตรึงร่างวัวจักรกลทั้งสามไว้ในพิกัดเดิมด้วยภาพลวงตาแห่งโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น

คริสไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าไปประชิดวัวโคลคีสตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด มือที่สวมถุงมือโลหะสัมฤทธิ์วิเศษหยิบเครื่องมือถอดรหัสออกมาจากชุดเกราะ เลนส์วิเศษช่วยให้เขาเห็นฟันเฟืองจุดที่เล็กที่สุดที่กำลังหมุนวนด้วยแรงดันมหาศาล เขาทำการแทรกแซงวงจรและอัดฉีดคำสั่ง "สงบศึก" เข้าไปในหน่วยความจำของอสุรกายเครื่องจักร เสียงฟันเฟืองขัดขืนอยู่ชั่วครู่ก่อนจะค่อยๆ สงบลง ลมหายใจไฟที่พ่นออกมาแปรเปลี่ยนเป็นเพียงไอความร้อนจางๆ

เมื่ออสุรกายทั้งสามเริ่มสยบลงและกลับคืนสู่สภาพวัวปกติที่อ่อนแรง ไลซานเดอร์จึงค่อยๆ ผ่อนคลายสมาธิ ม่านหมอกแห่งมอร์เฟียสค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับชุดเกราะที่สลายกลับกลายเป็นเข็มขัดโลหะสีดำอมม่วงในเสี้ยววินาที เด็กหนุ่มทรุดเข่าลงกับพื้นหญ้า หอบหายใจอย่างหนักจากการใช้พลังจินตนาการที่มหาศาล

"ทำได้ดีมาก... สำหรับอัศวินพิทักษ์ฝัน"

คริสเอ่ยพร้อมกับเดินเข้ามาตบไหล่รุ่นน้องอย่างให้กำลังใจ แม้ใบหน้าของเขาจะยังคงเคร่งขรึมตามสไตล์สายลับ แต่ในดวงตาที่มองผ่านเลนส์แห่งปัญญาฉายแววชื่นชมออกมาอย่างปิดไม่มิด ไลซานเดอร์เงยหน้าขึ้นยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ก่อนที่เขาจะสังเกตเห็นประกายแสงสีมุกที่หล่นอยู่ใกล้ๆ ซากฟันเฟืองที่กระเด็นออกมา

เขาไม่รอช้าที่จะคลานไปเก็บ สินสงครามอสุรกาย ชิ้นนั้นใส่ขวดโหลเล็กๆ ที่เตรียมมา "ของขวัญปีใหม่... ชิ้นแรกของผมเลยนะพี่คริส" เขากล่าวพลางชูขวดโหลขึ้นส่องกับแสงจันทร์ที่เริ่มปรากฏเหนือน่านฟ้าเนแบรสกา การเฉลิมฉลองปีใหม่ที่ฟาร์มเฮย์ธอร์นเพิ่งจะผ่านพ้นช่วงวิกฤตที่สุดไป พร้อมกับพันธนาการระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้องที่แน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิม

แสดงความคิดเห็น

God
โพสต์ 22146 ไบต์และได้รับ 12 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-2-9 17:00
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x25
x25
x1
x3
x1
x3
x2
x1
x1
x1
x1
x3
x100
x1
x1
x1660
x1
x1
x1
x1
x1
x43
x10
x214
x1
x2
x2
x2
x2
x1
x1
x1
x2
x1
x1
x2
x2
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x3
x1
x1
x1
x2
x1
x2
x15
x1
x1
x1
x1
x1
x77
x1
x1
x16
x10
x35
x20
x2
x1
x5
x1
x3
x3
x1
x2
x1
x1
x1
x4
x6
x2065
x8
x8
x7
x1
x3
x1
x2
x2
x3
x1
x10
x15
x5
x5
x955
x3
x1
x1
x7
x7
x3
x1
x3
x5
x8
x1
x15
x1
x1
x3
x1210
x1854
x17
x3273
โพสต์ 2026-2-16 19:39:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
DECRYPTION // CHAPTER 03
นิมิตในม่านหมอก
และความลับของแก่นวิญญาณ
DATE RECORD 1 มกราคม 2026
CURRENT LOCATION ฟาร์มเฮย์ธอร์น, เนแบรสกา
MISSION STATUS การพักผ่อนหลังจบศึกและการสื่อสารผ่านจิตใต้สำนึก

แสงเทียนเล่มเล็กบนโต๊ะไม้เก่ากะพริบไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่าง กระท่อมไม้หลังเล็กกลางทุ่งแซนด์ฮิลล์กลายเป็นที่พักพิงเดียวท่ามกลางความหนาวเหน็บระดับติดลบ คริสโตเฟอร์ นั่งเช็ดลำกล้องปืนเทคคาออสอยู่มุมห้อง เลนส์แห่งปัญญาของเฮเฟตัส ของเขาถูกวางไว้ข้างกายแต่มันยังคงเรืองแสงจางๆ เป็นสัญญาณว่าเขายังไม่ได้ละทิ้งการเฝ้าระวัง

ขณะที่ฝั่งตรงข้าม ไลซานเดอร์ นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงไม้ สายตาจดจ้องไปยังขวดโหลที่บรรจุ แก่นวิญญาณอสุรกาย แสงสีมุกที่นุ่มนวลกว่าปกติทำให้เขารู้สึกแปลกใจจนไม่อาจข่มตาหลับได้

"พี่คริส... พี่เคยเห็นอสุรกายที่ดูเหมือนจะ 'เศร้า' บ้างไหมครับ?"

คริสชะงักมือที่กำลังเช็ดปืน เขาเงยหน้าขึ้นมองรุ่นน้องผ่านแสงสลัวดวงตาคู่คมสะท้อนแสงไฟจากเตาผิงอย่างสงบ

"ในฐานะสายลับ ฉันมองเห็นแค่เป้าหมายกับอุปสรรค ไลซานเดอร์... แต่อสุรกายเครื่องจักรส่วนใหญ่มันทำงานตามโปรแกรม ถ้ามันดูเศร้า นั่นอาจเป็นเพราะโปรแกรมของมันกำลังขัดแย้งกับคำสั่งที่ได้รับ"

ไลซานเดอร์ไม่ได้ตอบอะไร เขาหลับตาลงพร้อมกับกำขวดโหลไว้ในอุ้งมือ จิตใจของเขาเริ่มดำดิ่งลงสู่ "สภาวะฝันรู้ตัว" อีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ตั้งใจจะต่อสู้ เขาต้องการจะ "ฟัง"

ท่ามกลางทุ่งหญ้าสีเทาในม่านฝัน ไลซานเดอร์ยืนอยู่เพียงลำพัง ทันใดนั้น เงาของวัวทองสัมฤทธิ์ตัวมหึมาก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า แต่มันไม่ได้พ่นไฟหรือคำรามอย่างดุร้าย มันกลับเดินเข้ามาหมอบราบแทบเท้าของเขา แสงสีมุกจากแก่นวิญญาณเริ่มขยายตัวออกเป็นภาพนิมิต... เขาเห็นรอยแยกขนาดใหญ่ใต้ผืนดินที่ลึกและมืดมิดกว่าทาร์ทารัส เห็นเงาร่างหนึ่งที่สวมมงกุฎแห่งหนามกำลังร่ายมนตราใส่เหล่าเครื่องจักร

"พวกเรา... ไม่ได้อยากเป็นอาวุธ..."

เสียงกระซิบที่ดูเหมือนจะเป็นการผสมผสานของเสียงฟันเฟืองและเสียงมนุษย์ดังขึ้นในโสตประสาทของไลซานเดอร์ ภาพนั้นค่อยๆ จางไปก่อนจะถูกแทนที่ด้วยแผนที่ดาวที่แปลกประหลาด มันชี้ไปยังทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งอยู่ไกลออกไปจากเนแบรสกา

ไลซานเดอร์สะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับเหงื่อที่ซึมตามไรผม คริสพุ่งเข้ามาหาเขาในทันทีพร้อมกับเลนส์แห่งปัญญาที่ถูกสวมกลับคืนบนใบหน้า

"เห็นอะไร ไลซานเดอร์? นายดูเหมือนคนที่เพิ่งเห็นนรกสั่นสะเทือน"

"มันไม่ใช่แค่ภารกิจหาประสบการณ์แล้วครับพี่..." ไลซานเดอร์เอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ "มีบางอย่างกำลังดึงวิญญาณจากดรีมสเคปไปยัดใส่ในเครื่องจักร... และวัวพวกนี้คือ 'นกต่อ' เพื่อล่อให้เราตามไปที่นั่น"

คริสเม้มริมฝีปากแน่น เขาหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจสอบพิกัดที่ไลซานเดอร์เพิ่งเห็นในฝัน แสงสีทองจากเลนส์ของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อมันพบความเชื่อมโยงที่น่าสะพรึงกลัว

"พิกัดนั่น... มันคือเหมืองร้างที่ถูกลบออกจากแผนที่รัฐบาลเมื่อสิบปีก่อน ถ้าที่นั่นมีรอยแยกจริง ภารกิจนี้ก็ใหญ่เกินกว่าเราสองคนจะรับมือไหว"

คริสหยุดพูดไปชั่วครู่ก่อนจะหันมาสบตากับรุ่นน้องด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นท้าทายโชคชะตา

"แต่ก็นะ... เรายังมีเวลาถึงวันที่ 10 มกราคม ก่อนจะกลับค่าย ฉันว่าเราไปดูให้เห็นกับตาดีกว่า ว่าใครกันที่บังอาจมาล้อเล่นกับความฝันและวิทยาการของพวกเรา"

ไลซานเดอร์พยักหน้า ความหวาดกลัวเริ่มถูกแทนที่ด้วยความกล้าที่เพิ่มพูนขึ้น อัศวินพิทักษ์ฝันและสายลับแห่งเฮเฟตัสกำลังจะก้าวเข้าสู่ส่วนที่ลึกที่สุดของความลับที่ซ่อนอยู่ใต้แผ่นดินอเมริกา

HEPHAESTUS CABIN 09 // CIA BLACK OPS MORPHEUS GUARD 22 // DREAMSCAPING COMPLETE

แสดงความคิดเห็น

God
โพสต์ 15311 ไบต์และได้รับ 8 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-2-16 19:39
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x25
x25
x1
x3
x1
x3
x2
x1
x1
x1
x1
x3
x100
x1
x1
x1660
x1
x1
x1
x1
x1
x43
x10
x214
x1
x2
x2
x2
x2
x1
x1
x1
x2
x1
x1
x2
x2
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x3
x1
x1
x1
x2
x1
x2
x15
x1
x1
x1
x1
x1
x77
x1
x1
x16
x10
x35
x20
x2
x1
x5
x1
x3
x3
x1
x2
x1
x1
x1
x4
x6
x2065
x8
x8
x7
x1
x3
x1
x2
x2
x3
x1
x10
x15
x5
x5
x955
x3
x1
x1
x7
x7
x3
x1
x3
x5
x8
x1
x15
x1
x1
x3
x1210
x1854
x17
x3273
โพสต์ 5 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
BLACK OPS // DATA LOG 04
เหมืองร้างแห่งความทรงจำ
ที่สาบสูญ
TEMPORAL RECORD 2 - 5 มกราคม 2026
VECTOR POINT เหมืองร้างแบล็คไพน์, รัฐไวโอมิง
MISSION STATUS // CLASSIFIED การแกะรอยตามพิกัดนิมิตและการเผชิญหน้ากับความว่างเปล่า

ความหนาวเย็นของเนแบรสกาดูจะกลายเป็นเพียงลมโชยอ่อน เมื่อเทียบกับพายุหิมะที่พัดกระหน่ำในเขตเทือกเขาของรัฐไวโอมิง Bugatti La Voiture Noire ในโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อวิเศษตะกุยผ่านเส้นทางวิบากมุ่งหน้าสู่เหมืองร้างแบล็คไพน์ ซึ่งถูกลบหายไปจากบันทึกของทางการ คริสโตเฟอร์กุมพวงมาลัยแน่น สายตาภายใต้ เลนส์แห่งปัญญา จับจ้องไปที่หน้าจอเรดาร์ที่กำลังตรวจพบความผันผวนของมิติในระดับอันตราย

ข้างกายเขา ไลซานเดอร์ยังคงถือขวดโหลแก่นวิญญาณไว้ไม่ห่าง แสงสีมุกในขวดเริ่มกะพริบเป็นจังหวะถี่ขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเครื่องตรวจจับโลหะที่เข้าใกล้ขุมทรัพย์

"พี่คริส... หมอกข้างหน้ามันไม่ใช่หมอกธรรมดา แต่มันคือ 'ไอหมอกแห่งความลืมเลือน' ถ้าเราเข้าไปโดยไม่มีการป้องกัน เราจะลืมว่าเรามาที่นี่ทำไม"

คริสพยักหน้าพลางกดปุ่มที่คอนโซลรถ ระบบกรองอากาศของ ชุดเกราะชิลด์เมท ทำงานทันที พร้อมกับที่เขาเหยียบคันเร่งพารถพุ่งทะลุม่านหมอกสีเทาหม่นเข้าไปสู่ปากทางเข้าเหมืองที่ดูเหมือนปากของอสูรกายขนาดยักษ์

เมื่อรถหยุดนิ่ง ทั้งคู่ก้าวลงมาท่ามกลางความเงียบที่น่าขนลุก ภายในเหมืองเต็มไปด้วยซากเครื่องจักรขุดเจาะโบราณที่ถูกทิ้งร้าง แต่เลนส์ของคริสกลับมองเห็นร่องรอยของการใช้งาน "เมื่อไม่นานมานี้" มีรอยไหม้ของพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชันผสมผสานกับมนตราสายมืดกระจัดกระจายอยู่ทั่วผนังถ้ำ

"ดูนั่นสิครับ..." ไลซานเดอร์ชี้ไปที่ส่วนลึกของเหมือง "ภาพนิมิตในฝันของผม... รอยแยกอยู่ตรงนั้น"

เบื้องหน้าของพวกเขาคือรอยแตกกลางอากาศที่เรืองแสงสีม่วงดำจางๆ มันดูเหมือนแผลเป็นบนผืนผ้าแห่งความจริง มีหุ่นยนต์แมงมุมทองสัมฤทธิ์ขนาดเท่าสุนัขหลายสิบตัวกำลังรุมล้อมรอยแยกนั้น พวกมันไม่ได้ขุดเหมือง แต่มันกำลังเย็บรอยแยกนั้นด้วยเส้นใยที่ทำจากแก่นวิญญาณที่ถูกสกัดมาอย่างโหดร้าย

"พวกมันกำลังสร้างประตูเชื่อมต่อระหว่างโลกฝันกับโลกเครื่องจักร" คริสเอ่ยเสียงเครียดพลางเตรียม ปืนเทคคาออส "ถ้าประตูนี้สมบูรณ์ ใครก็ตามที่บงการอยู่หลังม่าน จะสามารถส่งกองทัพเครื่องจักรที่ขับเคลื่อนด้วยวิญญาณออกมาเดินบนถนนในเมืองได้ทุกเมื่อ"

ทันใดนั้น หุ่นยนต์แมงมุมทุกตัวก็หยุดนิ่งและหันดวงตาเลเซอร์สีแดงมาทางพวกเขาทั้งคู่ เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นไปทั่วอุโมงค์

"ในฐานะผู้พิทักษ์รัตติกาล... ผมจะไม่ยอมให้ใครมาพรากความฝันไปเป็นเชื้อเพลิงเครื่องจักรเด็ดขาด!"

ไลซานเดอร์ตะโกนก้องพร้อมกับเรียกใช้ โอไนรอสเบิร์ส! แสงสีม่วงระเบิดออกทับซ้อนกับความมืดในเหมือง ดาบ ไฟร์เยอร์บริงเกอร์ซาวเออร์เบลซ ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงที่ร้อนแรงที่สุดเท่าที่เขาเคยปลดปล่อยออกมา ศึกครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปราบวัวปศุสัตว์ แต่มันคือการเผชิญหน้ากับต้นตอของฝันร้ายที่กำลังกัดกินความจริง

หุ่นยนต์แมงมุมทองสัมฤทธิ์นับสิบตัวขยับกีบเท้าแหลมคมของพวกมันดุจเข็มเย็บผ้า เสียงโลหะกระทบพื้นหินดังกริ๊กกรับสะท้อนไปมาในอุโมงค์เหมืองที่อับชื้น คริสโตเฟอร์ ไม่รอให้พวกมันเปิดฉากโจมตี เขาดีดตัวขึ้นเหนือพื้นด้วยระบบไอพ่นเจ็ตจากชุดเกราะ ชิลด์เมท แสงสีทองจากเลนส์แห่งปัญญากวาดจับความเคลื่อนไหวของศัตรูในระดับมิลลิวินาที

"ไลซานเดอร์! คอยคุ้มกันรอยแยกนั่น อย่าให้พวกมันเย็บเส้นใยวิญญาณเพิ่ม ฉันจะกวาดพวกสอดแนมนี่เอง!"

คริสสาดกระสุนสัมฤทธิ์วิเศษจาก ปืนเทคคาออส เข้าใส่ฝูงแมงมุมจักรกล เสียงระเบิดตูมตามดังกึกก้อง กระสุนแต่ละนัดที่กระทบเป้าหมายทำให้เกิดการลัดวงจรของระบบเฟืองภายในจนพวกมันระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่ทว่าพวกมันมีจำนวนมากเกินไป พวกมันเริ่มไต่ไปตามเพดานถ้ำเพื่อพยายามรุมล้อมสายลับแห่งเฮเฟตัสจากจุดอับสายตา

ทางด้าน ไลซานเดอร์ ที่บัดนี้อยู่ในสภาวะ โอไนรอสเบิร์ส! อย่างเต็มพิกัด เขาไม่ได้ขยับตัวอย่างรวดเร็วเหมือนคริส แต่เขลับก้าวเดินอย่างมั่นคงท่ามกลางวงล้อม ดาบใหญ่ ไฟร์เยอร์บริงเกอร์ซาวเออร์เบลซ ในมือส่องแสงเพลิงม่วงอมแดงสว่างไว ทุกครั้งที่เขาตวัดดาบ คลื่นพลังงานแห่งความฝันจะตัดผ่านร่างของแมงมุมจักรกลดุจมีดร้อนที่ตัดผ่านเนย

"เจ้าพวกเครื่องจักรไร้หัวใจ... จงรับรู้ถึงความเจ็บปวดของวิญญาณที่พวกเจ้ากักขังไว้!"

ไลซานเดอร์คำรามพร้อมกับปักดาบลงบนพื้นดิน แรงสั่นสะเทือนจากดาบแผ่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง สร้างม่านพลังงานที่ทำให้หุ่นยนต์แมงมุมรอบตัวเกิดอาการ "ติดขัด" พวกมันเริ่มโจมตีกันเองเพราะภาพลวงตาที่ไลซานเดอร์สร้างขึ้นเพื่อลวงระบบเซนเซอร์ของพวกมัน

ขณะที่การปะทะกำลังดุเดือด แสงสีมุกจากแก่นวิญญาณในขวดโหลที่ไลซานเดอร์เหน็บไว้ข้างเอวก็สว่างจ้าขึ้นอย่างกะทันหัน มันส่งคลื่นกระแทกที่รุนแรงจนรอยแยกกลางอากาศเกิดการบิดเบี้ยว ร่างของเงามืดสวมมงกุฎหนามที่ไลซานเดอร์เคยเห็นในนิมิตเริ่มก่อตัวขึ้นจากละอองหมอกสีเทาที่ใจกลางรอยแยก

"เก่งมาก... เหล่าเดมิก็อดที่หลงทาง..." เสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นดังสะท้อนออกมาจากรอยแยก "วิทยาการของบุตรแห่งเฮเฟตัส และจินตนาการของบุตรแห่งมอร์เฟียส... พวกเจ้าคือวัตถุดิบที่ข้ากำลังรอคอย"

คริสโตเฟอร์ร่อนตัวลงมายืนเคียงข้างไลซานเดอร์ ปืนเทคคาออสในมือยังคงเล็งตรงไปที่ร่างเงาปริศนานั้น เลนส์แห่งปัญญาของเขาพยายามวิเคราะห์ตัวตนเบื้องหน้า แต่มันกลับขึ้นเพียงรอยหยักของข้อมูลที่ "ไม่ทราบแหล่งที่มา"

"CIA ไม่เคยลงทะเบียนชื่อนายไว้ในบัญชีดำแน่ๆ" คริสเอ่ยเสียงเครียด "แต่ถ้าคิดจะเอาวิญญาณของรุ่นน้องฉันไปเป็นเชื้อเพลิงล่ะก็... นายต้องผ่านกระสุนสัมฤทธิ์วิเศษนี่ไปก่อน!"

ท่ามกลางพายุหิมะที่พัดเข้าสู่ปากเหมืองและความมืดมิดที่เริ่มโอบล้อม ศึกที่แท้จริงเพื่อปกป้องเส้นกั้นระหว่างโลกแห่งความฝันและความเป็นจริงได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ เหมืองร้างแบล็คไพน์แห่งนี้

แสดงความคิดเห็น

God
โพสต์ 21659 ไบต์และได้รับ 12 EXP! [VIP]  โพสต์ 5 วันที่แล้ว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x25
x25
x1
x3
x1
x3
x2
x1
x1
x1
x1
x3
x100
x1
x1
x1660
x1
x1
x1
x1
x1
x43
x10
x214
x1
x2
x2
x2
x2
x1
x1
x1
x2
x1
x1
x2
x2
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x3
x1
x1
x1
x2
x1
x2
x15
x1
x1
x1
x1
x1
x77
x1
x1
x16
x10
x35
x20
x2
x1
x5
x1
x3
x3
x1
x2
x1
x1
x1
x4
x6
x2065
x8
x8
x7
x1
x3
x1
x2
x2
x3
x1
x10
x15
x5
x5
x955
x3
x1
x1
x7
x7
x3
x1
x3
x5
x8
x1
x15
x1
x1
x3
x1210
x1854
x17
x3273
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้