-19.02.2026 / 12:43AM-
หลังจากรับประทานมื้อเที่ยงเรียบร้อยแล้ว บุตรเทพีแห่งม่านหมอกก็ตรงมายังคอกม้าของค่ายต่อเพื่อเข้าคลาสเรียนขี่เพกาซัสคาบสองที่จะเริ่มตอนบ่ายโมง แม้จะมาก่อนเวลาแต่ก็ยังมีคนที่มาไวกว่าเขาอีกถึงสองคนด้วยกัน
“สวัสดีไคล์ ทิฟฟี่ กินมื้อเที่ยงกันแล้วหรือยัง”
แมคเคนซีเอ่ยทักทายเดมิก็อดจากกระท่อมแอรีสกับอะพอลโล่ เขาจำไคล์ได้จากการแนะนำตัวกันในคลาสเรียนเมื่อคาบก่อน และเด็กชายก็เป็นหนึ่งในคนที่โดนเพกาซัสปฏิเสธเจตนารมณ์เนื่องจากเสียงที่ดังเกินไปจนทำให้เจ้าม้ามีปีกตกใจ
ส่วนทิปตาหรือที่คนในค่ายเรียกกันว่าทิฟฟี่ เด็กหนุ่มอยู่ที่ค่ายนี้มานานกว่าเขาเสียอีก แน่นอนว่าอีกฝ่ายเรียนคลาสนี้จบไปแล้ว แต่เจ้าตัวก็ให้เหตุผลว่า “อยากมาเข้าเรียนอีกครั้งเพื่อเป็นการทบทวน”
“สวัสดีครับพี่แมคเคนซี ผมกินเรียบร้อยแล้วครับ แต่ไคล์น่าจะยัง”
ทิปตาหันมาทักทายกลับด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร ตรงข้ามกับไคล์ที่หันมาพูดเพียงสั้น ๆ แค่ว่า “สวัสดีฮะ” แล้วหันไปจดจ่อกับม้าเพกาซัสในคอกต่อ
“พวกนายทำอะไรกันอยู่ ฝึกเพิ่มเติมเหรอ”
แมคเคนซีถามพลางมองเด็กชายจากกระท่อมแอรีสที่ยื่นหลังมือจ่อตรงจมูกของมิลค์กี้ค้างไว้ ซึ่งเจ้าเพกาซัสสีขาวก็ก้มหน้าก้มตากินน้ำในรางโดยไม่ได้สนใจไคล์เท่าที่ควร
“เฉพาะไคล์นะครับ ผมมาถึงก็เห็นเขาอยู่ที่นี่แล้ว เลยมาดูสักหน่อย มิลค์กี้เหมือนจะยังไม่ยอมรับไคล์เลย”
เหมือนคำว่า ‘ไม่ยอมรับ’ จะไปจี้โดนใจของไคล์เข้า เด็กชายหน้าง้ำงอกว่าเดิม พยายามยื่นมือเข้าไปใกล้เพกาซัสมากขึ้นจนมิลค์กี้สะบัดหน้าหนีไปอีกทาง
“หนอยแน่ะ มิลค์กี้! เป็นอะไรของแกฮะ!”
“เดี๋ยว ๆ ไคล์ ใจเย็น ๆ ก่อน อย่าเสียงดังแบบนั้น เดี๋ยวมิลค์กี้ตกใจนะ”
แมคเคนซีรีบจับมือไคล์ออกมาก่อนที่จะโดนเพกาซัสสาวงับมือจนได้แผลไปซะก่อน
“ก็ดูสิฮะ ทำไมมิลค์กี้ยอมรับคนอื่นแต่ไม่ยอมรับผมล่ะ ผมทำอะไรผิดตรงไหน ผมรีบมาฝึกก่อนเวลาแท้ ๆ หิวก็หิว ผมตั้งใจขนาดนี้ทำไมยังไม่ได้อีก”
เด็กชายผมสีน้ำตาลสว่างโวยวายจนเพกาซัสในคอกบางตัวหันมามอง บ้างก็ร้อง “ฮรี้——!” ด้วยความตกใจ ส่วนมิลค์กี้ที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบคนเสียงดังก็หันก้นมาให้พวกเขาแล้วสะบัดพู่หางสีขาวไปมา
“หิวงั้นเหรอ…ว่าแล้วเชียว ก่อนมาเรียนนายได้กินอะไรบ้างไหม”
หนุ่มอังกฤษพาไคล์ออกมาจากบริเวณคอกม้าโดยมีทิปตาเดินออกมาด้วย เขามองเด็กชายที่ทำหน้าบึ้งตึงส่ายศีรษะไปมา
“……ไม่ได้กินฮะ คราวก่อนผมตื่นเต้นจนกินอะไรไม่ลงก็เลยมาเรียนเลย วันนี้ผมก็อยากรีบฝึกให้ได้ไว ๆ เลยรีบมาตั้งแต่สาย แต่ก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น”
ได้ฟังแบบนั้นบุตรเทพีแห่งม่านหมอกและเทพแห่งแสงสว่างก็มองหน้ากันแล้วยิ้มนิด ๆ
“ฉันว่าฉันรู้แล้วว่าทำไมนายฝึกเพกาซัสไม่ได้สักที”
“เพราะอะไรเหรอฮะพี่ทิฟฟี่”
ไคล์รีบถามอย่างกระตือรือร้น ราวกับจะบอกว่าหากมีอะไรที่นำพาไปสู่ความสำเร็จได้ เขาก็พร้อมจะเข้าพุ่งชนทันที
“เพราะนายยังไม่ทำให้ท้องอิ่มไงล่ะ เวลาหิวมันจะทำให้เราไม่มีสมาธิแล้วก็หงุดหงิดง่าย ทำอะไรรีบไปหมดจนบางครั้งก็ขาดการตัดสินใจที่รอบคอบ…”
แมคเคนซีอธิบายถึงความเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งเขารู้ว่าไคล์เป็นเด็กที่มีหัวคิดและเข้าใจอะไรง่าย จากการที่อีกฝ่ายยอมเงียบฟังและลดท่าทีหุนหันเมื่อครู่ลง
“กินสักหน่อยสิ ฉันเอามาจากโรงอาหาร”
เมื่อเห็นว่าเรื่องราวกำลังเป็นไปในทิศทางที่ดี หนุ่มอังกฤษจึงหยิบถุงกระดาษที่ด้านในบรรจุแซนด์วิชสลัดทูน่าและไข่คนยื่นให้
“……จะดีเหรอครับ แล้วพี่ไม่กินเหรอ”
ไคล์มองถุงในมือแมคเคนซีอย่างลังเล แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธท้องที่ส่งเสียงโครกครากด้วยความหิวได้
“ฉันกินมื้อเที่ยงมาแล้ว ทีแรกว่าจะเอามากินต่อก่อนเข้าคาบเรียน แต่มันอิ่มแล้วน่ะ นายกินเถอะ คุณสกายลาร์เพิ่งทำใหม่ ๆ เลยนะ”
“ฉันมีน้ำด้วยนะ พกเอาไว้กินตอนร้องเพลงแล้วคอแห้ง กินให้อิ่มเลยไคล์ วันนี้จะได้รู้กันว่านายจะฝึกเพกาซัสได้ดีกว่าคาบก่อนไหม”
นอกจากแมคเคนซีแล้วทิปตาก็ยังหยิบขวดน้ำที่พกมายื่นให้เด็กชายด้วย
“ขอบคุณพวกพี่มากนะฮะ งั้นผมรีบกินก่อนดีกว่า จะได้ทันเวลา”
ไคล์รับถุงกระดาษกับขวดน้ำมาจากเดมิก็อดรุ่นพี่ทั้งสองคน ก่อนจะรีบไปหาที่นั่งรับประทานให้เรียบร้อย
หลังจากนั้นไม่นาน ร่างเล็ก ๆ ของมิแรนด้าก็ปรากฏตัวขึ้น วันนี้เธอหอบของพะรุงพะรังมาด้วยจนอดไม่ได้ที่ต้องรีบเข้าไปให้ความช่วยเหลือ
“ผมช่วยถือครับคุณมิแรนด้า”
แมคเคนซีจับเข้าที่ตะกร้าหวายใบใหญ่ซึ่งภายในมีถังที่มีแปรงขนม้าวางเรียงจัดชุดอยู่อย่างเป็นระเบียบ ส่วนทิปตาก็ช่วยเธอถือกล่องอีกใบที่บรรจุอาหารที่คาดเดาว่าน่าจะเป็นของเหล่าม้ามีปีกไว้
“ขอบคุณทั้งคู่มากนะจ๊ะ แย่จัง พอตัวเล็กแค่นี้แล้วรู้สึกว่าของพวกนี้หนักกว่าเดิมเยอะเลย ช่วยเอาไปวางตรงมุมนั้นให้หน่อยนะ”
ธิดาดีมิเทอร์ยิ้มอย่างโล่งใจที่อย่างน้อยก็ยังมีคนมาคอยช่วย ถึงจะบอกว่าแม้จะตัวเล็กลงแต่ก็ยังทำการสอนได้สบายมาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าบางอย่างก็ไม่สะดวกเท่าไหร่ เมื่อทั้งคู่วางของลงตรงจุดที่เธอบอกแล้ว มิแรนด้าก็ขอเตรียมตัวอีกหน่อยระหว่างที่รอให้ผู้เรียนทยอยกันมาที่คอกม้า
.
.
“เอาละจ้ะ สิ่งที่เราจะเรียนกันวันนี้ก็คือเรื่องของ ‘สายใยแห่งการดูแล’ เราจะมาสร้างความไว้วางใจให้เพกาซัสผ่านการดูแลและให้อาหาร ซึ่งการดูแลที่เหมาะสมและให้อาหารที่ดี จะทำให้เราสามารถสื่อสารกับเพกาซัสได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด”
มิแรนด้าเริ่มต้นคาบเรียนที่สองของวิชาฝึกขี่เพกาซัสเมื่อผู้เรียนมากันพร้อมหน้า และวันนี้เพกาซัสที่ใช้สำหรับเป็นตัวอย่างและทดลองการฝึกฝนก็ยังคงเป็น ‘มิลค์กี้’ เช่นเดิม
“ก่อนอื่นขอให้ทุกคนเข้าแถวมารับแปรงจากพี่ก่อน เราจะเริ่มจากการแปรงขนม้ากัน”
สิ้นเสียงผู้สอน เหล่าเดมิก็อดในคลาสเรียนก็พากันต่อแถวเพื่อรับแปรงจากมิแรนด้าไปคนละชุด แมคเคนซีมองถังที่มีแปรงรูปแบบต่าง ๆ ในมือที่เพิ่งรับมา ซึ่งนับแล้วก็ราว ๆ ห้าด้ามด้วยกัน ช่างชวนสงสัยเสียเหลือเกินว่า การจะแปรงขนให้ม้าสักตัวต้องใช้แปรงจำนวนมากขนาดนี้เชียวเหรอ
“การแปรงขนนอกจากจะเป็นการทำความสะอาดแล้ว ยังช่วยเรื่องการไหลเวียนเลือด และดูแลสุขภาพผิวหนังของเพกาซัสเพื่อให้มีขนที่เงางามด้วย พี่จะเริ่มสาธิตให้ดูทีละอันนะ เริ่มจากอันนี้…เรียกว่าหวีแกงกะหรี่ เราจะใช้เป็นอันดับแรกสุดเพื่อคลายสิ่งสกปรกหรือรังแคออกจากตัวของเขา แบบนี้นะ”
แปรงด้ามแรกที่มิแรนด้าใช้ทำจากยาง เธอค่อย ๆ แปรงขนตามตัวของมิลค์กี้เป็นวงกลมที่ละส่วนอย่างเบามือ จากนั้นก็หยิบแปรงอันต่อไปขึ้นมา
“ถัดไปก็คือแปรงขนแข็ง พอเราใช้หวีแกงกะหรี่แปรงเอาสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกมาจากตัวเขาแล้ว เราก็จะใช้แปรงอันนี้ปัดพวกสิ่งสกปรกออกจากตัวเพกาซัสอีกทีนึง ซึ่งสองขั้นตอนแรกนี้ถ้าเขาไม่ได้มอมแมมมาก หรือมีเศษดินเศษโคลนแห้งกรังติดอยู่ เราจะข้ามไปก็ได้นะจ๊ะ แต่พี่แนะนำว่าควรทำ เพราะทั้งสองขั้นตอนนี้จะช่วยกระตุ้นทั้งต่อมไขมันและระบบไหลเวียนเลือดได้เป็นอย่างดี ซึ่งถ้าเขาไม่มีเศษดินเศษโคลนฝังแน่นก็อย่าทำแรงนะจ๊ะ ค่อย ๆ ทำ เขาจะได้ไม่เจ็บ”
ธิดาดีมิเทอร์อธิบายไป มือก็ค่อย ๆ แปรงขนให้เพกาซัสสีขาวไปด้วย สังเกตจากหน้าและท่าทางที่นิ่งสงบของมิลค์กี้แล้ว แมคเคนซีก็คิดว่าเจ้าม้ามีปีกคงจะกำลังสบายตัวอยู่แน่ ๆ
“ต่อไปก็ใช้แปรงขนอ่อนปัดตามตัวให้เพกาซัสอีกรอบ รอบนี้จะเป็นการปัดฝุ่นที่เล็กและละเอียดออกให้เขานะจ๊ะ ทุกคนจำลำดับแปรงให้ดีนะว่าใช้อันไหนก่อนหลัง อย่าใช้สลับกันล่ะ”
มือเล็ก ๆ ของมิแรนด้าแปรงขนให้เพกาซัสสาวอย่างทะมัดทะแมง ถึงจะตัวเล็กลงแต่เธอก็ยังคล่องแคล่วและทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี แม้ขณะนี้จะต้องต่อตัวขึ้นไปยืนบนบล็อคไม้เพราะแปรงขนให้สัตว์วิเศษไม่ถนัดก็ตาม
“แล้วก็อันนี้คือแปรงปัดแผงคอและหาง ซี่จะห่าง ๆ กันแบบนี้ เพื่อใช้จัดขนไม่ให้พันกัน และอันสุดท้ายก็คือแปรงทำความสะอาดกีบ ใช้สำหรับแคะสิ่งสกปรกออกจากกีบเท้า แต่วันนี้พี่จะยังไม่ให้พวกเธอใช้อันนี้ การจะแคะกีบเราต้องคุ้นเคยกับเพกาซัสให้มากกว่านี้ก่อน วันนี้เราจะใช้แค่สี่อันก่อนนะ”
หลังจากที่สาธิตแปรงขนให้มิลค์กี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว มิแรนด้าก็เก็บแปรงทั้งหมดใส่ลงในถัง แล้วหันมาหาเหล่านักเรียนในคลาสของเธอ
“ขั้นตอนก็มีเท่านี้ล่ะจ้ะ วันนี้พี่จะให้พวกเธอได้ทดลองแปรงขนม้าดูนะ ทุกคนไปยืนประจำตรงคอกม้าแต่ละคอก อย่าลืมประกาศเจตนารมณ์เหมือนคาบที่แล้วก่อน แล้วค่อยเริ่มแปรงขนให้เขานะ ถ้าเพกาซัสตัวไหนไม่ยอมให้แปรงขนให้ก็อย่าไปฝืนนะจ๊ะ เดี๋ยวเขาจะอารมณ์ไม่ดีเอา ถ้าใครสงสัยตรงไหนก็เรียกพี่ได้ตลอดเวลาเลยนะ เริ่มได้จ้ะ”
เมื่อจบภาคทฤษฎีก็เข้าสู่ช่วงปฏิบัติ เหล่าเดมิก็อดแยกย้ายกันไปประจำหน้าคอกเพกาซัสแต่ละตัว ส่วนใหญ่ต่างพากันเลือกตัวเดิมที่เคยศึกษาพฤติกรรมไปเมื่อคาบก่อนหน้านี้ และแมคเคนซีเองก็เช่นกัน
“ไง วันนี้ฉันมาแปรงขนให้ ขอฉันแปรงขนให้ได้ไหม”
เขาทักทายเจ้าม้ามีปีกลายวัวสีน้ำตาลขาว ดวงตาสีเฮเซลมองจ้องเข้าไปในดวงตาสีดำขลับคู่โตคู่นั้นก่อนจะค่อย ๆ ยื่นหลังมือไปตรงหน้าเพกาซัสตามที่ได้รับการฝึกสอนมา จมูกหยุ่น ๆ ของมันแตะเข้ากับมือขาวผ่องของแมคเคนซีแล้วดมกลิ่น จากนั้นก็ร้อง “ฮรี่——” เสียงเบาแล้วผงกหัวน้อย ๆ ซึ่งเขาตีความได้ว่าเจ้าสัตว์วิเศษตัวนี้อนุญาตแล้ว
หนุ่มอังกฤษค่อย ๆ เปิดประตูคอกแล้วพามันออกมาตรงหน้าคอก ค่อย ๆ ใช้แปรงแปรงขนเจ้าเพกาซัสให้ทีละขั้นตอนอย่างใจเย็น จะว่าไปเขาก็ค่อนข้างคุ้นเคยกับการทำเช่นนี้ จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เมื่อยังอยู่ที่กลอสเตอร์ ปู่เคยสอนเขาแปรงขนและทำความสะอาดวัวที่ปู่เลี้ยงไว้ แม้ว่าหลังจากปู่ได้จากโลกนี้ไปแล้ว พ่อก็เลิกเลี้ยงวัวและหันไปซื้อผลผลิตนมวัวจากเหล่าเกษตรกรในเมืองแทน แต่แมคเคนซีที่ห่างหายจากการแปรงขนให้วัวก็ยังพอจดจำวิธีการได้อยู่แล้วนำมาปรับใช้กับเจ้าเพกาซัสแทน
.
.
“ใครเสร็จแล้วยกมือขึ้นนะ เดี๋ยวพี่จะไปสอนป้อนอาหารให้เพกาซัสทีละคน ใครเสร็จจากป้อนอาหารเพกาซัสแล้วก็เลิกคลาสได้เลยจ้ะ แล้วมาเจอกันคาบหน้านะ”
มิแรนด้าที่คอยดูเหล่ารุ่นน้องทุกคนไม่ให้คลาดสายตาบอกขึ้นอีกครั้งหลังจากที่เดินไล่ดูจนเกือบครบทุกคน
“เอาล่ะ สะอาดแล้วนะเจ้าม้า”
หลังจากที่แปรงขนตรงแผงคอและที่หางจนเรียงเส้นสวยและดูความสะอาดให้เพกาซัสลายวัวที่ตนเองดูแลจนถี่ถ้วนเรียบร้อยแล้ว แมคเคนซีก็ยกมือขึ้น
“เป็นยังไงบ้างจ๊ะแมคเคนซี ขอฉันดูหน่อยนะ อืม…ดีมาก เจ้าคาราเมลตัวสะอาด ขนก็เป็นมันเงาเชียว ดูดวงตาของมันสิ ถ้าดวงตาสงบนิ่งแบบนี้แปลว่าผ่อนคลายและไว้วางใจเธอแล้ว เอาล่ะพาเจ้าคาราเมลเข้าคอกได้จ้ะ”
มิแรนด้ามายังคอกม้าที่แมคเคนซีดูแลหลังจากนั้นไม่นาน เมื่อตรวจตราความสะอาดจนเป็นที่น่าพอใจแล้ว ชายหนุ่มก็พาม้ากลับเข้าคอก
“ต่อไปจะเป็นการป้อนอาหารเพกาซัสนะจ๊ะ วันนี้พี่…เอ่อ ใช้ว่าฉันดีกว่าเนอะ อายุเราน่าจะห่างกันไม่เยอะ”
เดมิก็อดสาวในร่างเด็กน้อยเปลี่ยนสรรพนามด้วยรอยยิ้ม ซึ่งแมคเคนซีเองก็ตอบตกลงอย่างเต็มใจด้วยเข้าใจดีว่าตัวเองก็น่าจะอายุมากที่สุดในหมู่นักเรียนคลาสนี้แล้ว ซึ่งก็คงไม่มากหรือน้อยไปกว่ามิแรนด้ามากนัก
“เพกาซัสก็กินอาหารเหมือนม้าทั่วไป แต่ของที่เพกาซัสชอบเป็นพิเศษก็จะมีแอปเปิ้ลสด ก้อนน้ำตาลโดนัท และอาหารพิเศษที่ทำจากข้าวโอ๊ตผสมแอมโบรเซีย การป้อนอาหารเพกาซัสที่ถูกต้องก็คือ เราต้องแบมือให้เรียบ วางอาหารลงบนฝ่ามือแบบนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกงับนิ้วนะจ๊ะ เอาล่ะ ลองดูสิ”
มิแรนด้าอธิบายพร้อมกับสาธิตให้ดู ก้อนน้ำตาลโดนัทบนฝ่ามือเธอถูกเจ้าคาราเมลกินไปอย่างง่ายดาย
“โอเคครับ”
แมคเคนซีที่คอยดูอย่างตั้งใจพยักหน้ารับ แล้วหยิบแอปเปิ้ลในกล่องอาหารที่มิแรนด้าเตรียมไว้มาวางบนฝ่ามือที่แบจนเรียบ “แบบนี้หรือเปล่าครับ”
“ใช่จ้ะ สังเกตดูนะ ถ้าเพกาซัสทำหูตั้งตรงไปข้างหน้าแบบนี้แปลว่ากำลังสนใจหรืออยากรู้ แต่ถ้าหูลู่ไปด้านหลังแปลว่าหงุดหงิดหรือไม่พอใจ แบมือไว้นิ่ง ๆ นะจ๊ะแมคเคนซี แบบนั้นล่ะ อ๊ะ…เจ้าคาราเมลกินแล้ว เก่งมาก ๆ”
มิแรนด้ายิ้มกว้างเมื่อคาราเมลกินอาหารจากมือของแมคเคนซี ซึ่งบุตรเทพีแห่งม่านหมอกเองก็ยิ้มออกมาด้วยความยินดีเช่นกัน
“จำไว้นะจ๊ะว่าการดูแลเพกาซัสก็เหมือนดูแลต้นไม้ เธอต้องรู้ว่าอะไรที่จะทำให้เขาเติบโต และอะไรที่ทำให้เขาเหี่ยวเฉา การที่เราจะดูแลเพกาซัสได้เราต้องให้ความรักเขามาก ๆ และความรักก็จะสร้างความไว้วางใจที่เขาจะมอบให้เรา เธอทำได้ดีมากแล้วจ้ะ วันนี้กลับได้แล้ว คาบหน้าเจอกันนะ”
ธิดาดีมิเทอร์กล่าวทิ้งท้ายแล้วยิ้มให้อีกครั้งก่อนจะเดินไปหานักเรียนคนอื่นที่ยกมือรออยู่
“คุณมิแรนด้าครับ เดี๋ยวผมช่วยยกพวกแปรงไปเก็บให้นะ”
พอนึกขึ้นได้ถึงความยากลำบากที่มิแรนด้าในร่างมินิต้องขนอุปกรณ์ที่ใช้ในคาบเรียนไปเก็บคนเดียวแล้ว แมคเคนซีจึงรีบรั้งไว้
“อ้อ ได้จ้ะ งั้นเธอไปรอตรงนั้นก่อนนะ พอเสร็จครบทุกคนแล้วค่อยไปด้วยกัน ขอบคุณมากนะแมคเคนซี ช่วยได้มากเลย”
“ยินดีครับ”
หนุ่มอังกฤษพยักหน้าให้ยิ้ม ๆ แล้วเดินไปรอตรงตะกร้าเก็บถังใส่แปรงขนม้า จนกระทั่งนักเรียนคนสุดท้ายออกจากบริเวณคอกม้าไป ทั้งสองคนจึงช่วยกันยกอุปกรณ์ประกอบการเรียนไปเก็บให้เรียบร้อย

สรุปเหตุการณ์
เข้าเรียนวิชาฝึกขี่เพกาซัส ครั้งที่ 2/4
รางวัลเข้าชั้นเรียน
ความกล้า +5
คะแนนความสนิทสนม
[NPC-64] มิแรนด้า การ์ดิเนอร์
ความสนิทสนมจากการพูดคุย : เพิ่มความสนิทสนม +5
เอฟเฟกต์กุหลาบสีน้ำเงินทอง : เพิ่มความสนิทสนม +5
เอฟเฟกต์มาลาแห่งอัสสัมชัญ : เพิ่มความสนิทสนม +10
เอฟเฟกต์น้ำหอมเฮคาที (ไม่สุ่ม) : เพิ่มความสนิทสนม +3
รวมคะแนนความสนิทสนม : +23
[TGC-06] ไคล์ เบรนแนน
ความสนิทสนมจากการพูดคุย : เพิ่มความสนิทสนม +5
ให้อาหาร (แซนด์วิช) : เพิ่มความสนิทสนม +10
เอฟเฟกต์กุหลาบสีน้ำเงินทอง : เพิ่มความสนิทสนม +5
เอฟเฟกต์มาลาแห่งอัสสัมชัญ : เพิ่มความสนิทสนม +10
เอฟเฟกต์น้ำหอมเฮคาที (ไม่สุ่ม) : เพิ่มความสนิทสนม +3
รวมคะแนนความสนิทสนม : +33