Mackenzie Claude Lincoln
- Son of Hecate / Cabin 20 -
114. สารพันข่าวสาร กับ วันพักผ่อนสบาย ๆ
-25.01.2026 / 01:24PM-
หลังจากใช้เวลาช่วงวันธรรมดาไปกับการเรียนแล้ว วันนี้แมคเคนซีจึงออกจากห้องนอนส่วนตัวที่นอกจากจะใช้เป็นห้องนอนร่วมกับบุตรแห่งโพไซดอนผู้เป็นคนรักแล้ว ตอนนี้ก็ควบรวมกลายเป็นห้องเรียนออนไลน์ไปในตัว ช่วงนี้เขาจึงมักขลุกอยู่แต่ในห้องเป็นส่วนใหญ่เมื่อถึงเวลาเรียน และเมื่อว่างเว้นจากชั่วโมงอันตึงเครียดเหล่านั้นแล้ว เขาก็จะออกจากห้องเพื่อหาที่พักผ่อนก่อนที่ห้องนอนจะกลายเป็นสถานที่น่าเบื่อไปเสียก่อน
อย่างเช่นวันนี้ที่แมคเคนซีมาอยู่ในห้องตำรา แม้จะไม่ได้ร่ำเรียนวิชาของมนุษย์ทั่วไป แต่เขาก็ยังคงหาความรู้จากศาสตร์เวทซึ่งเป็นพลังสำคัญของสายเลือดตนเองเพิ่มเติม โดยมีจูลี่กับชาร์ล็อตที่ช่วยกันคิดค้นสูตรอะไรบางอย่างจากสมุนไพรอยู่ที่ห้องปรุงยาข้าง ๆ ซึ่งมีเพียงแค่กำแพงกับประตูบานเลื่อนกระจกกางกั้นระหว่างพวกเขาไว้เท่านั้น
เสียงพูดคุยระคนเสียงหัวเราะอารมณ์ดีของสองพี่น้องเล็ดลอดออกมาให้พอได้ยิน กลิ่นหอมของสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยให้ผ่อนคลายลอยอวลออกมาจาง ๆ ผ่านบานประตูที่ปิดไม่สนิท นิโคไลที่ไปดูแลต้นไม้และเก็บสมุนไพรจากเรือนกระจกหลังบ้านเข้ามาสมทบกับอีกสองคนผ่านทางประตูห้องเก็บผลผลิตที่เชื่อมอยู่กับห้องปรุงยา จะขาดก็แต่เสียงโหวกเหวกโวยวายของซิลเวอร์ที่ช่วงนี้ไม่ค่อยกลับค่ายเท่านั้น
แมคเคนซียิ้มเล็กน้อยให้กับเหตุการณ์อันปกติเรียบง่ายแต่ช่างแสนสงบสุขนี้ ทุกคนได้ใช้ชีวิตอย่างที่อยากทำ ได้อยู่กับคนที่อยากใช้เวลาด้วย และได้อยู่ในที่ที่อยากอยู่ หากเป็นไปได้เขาก็อยากให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ
หลังจากอ่านตำราที่ว่าด้วย ‘การร่ายเวทแบบไม่บริกรรมคาถาและไม่ใช้สินสงคราม’ ที่ซิลเวอร์ให้มาเมื่อวันประชุมสมาชิกกระท่อมไปได้ระยะหนึ่ง แมคเคนซีก็วางมันลง แน่นอนว่าเขาคงไม่สามารถเข้าใจอย่างถ่องแท้จนกว่าจะได้ทดลองใช้ด้วยตนเอง และตอนนี้เขาก็รู้สึกว่าตนเองใช้เวลาจมจ่อมกับมันมากเกินไปเสียแล้ว ตอนนี้เขาควรหาอะไรที่เบาสมองทำสักหน่อย ซึ่งสมาร์ทโฟนคือตัวเลือกที่ดี
หนุ่มอังกฤษหยิบ ‘Midnight Styx’ สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่คนรักลงทุนซื้อให้เป็นเครื่องที่สองขึ้นมา ตัวเครื่องของมันดำสนิทจนแทบกลืนไปกับสีและบรรยากาศโดยรวมภายในห้อง จุดเล็ก ๆ สีทองที่แสดงบนหน้าจอบ่งบอกตำแหน่งของดีนซึ่งเป็นเจ้าของโทรศัพท์รุ่นเดียวกันอีกเครื่องว่าเจ้าตัวยังอยู่ในบริเวณค่าย ไม่ได้ไปที่ไหนไกล ซึ่งนั่นก็ช่วยให้แมคเคนซีสบายใจไปได้หลายส่วน
เขาเข้าแอพพลิเคชั่นแชทเพื่อไล่ตอบข้อความของดีนที่ส่งมาสักพักพร้อมรูปถ่ายที่ถ่ายเองกับมือ เพื่อนแก๊งเก่ารวมถึงเพื่อนใหม่ที่มหาวิทยาลัย ส่งสติ๊กเกอร์ตอบกลับพี่คนโตของกระท่อมที่ส่งข้อความมากวนประสาทเป็นครั้งคราว และตอนนี้แมคเคนซีก็คิดว่ากระท่อมหมายเลขยี่สิบควรจะมีห้องแชทรวมเพื่อให้สมาชิกกระท่อมพูดคุยกันสะดวกขึ้นได้แล้ว แต่ขณะที่กำลังจะกดสร้างห้องแชทกลุ่มนั่นเอง ดวงตาสีเฮเซลก็ไปสะดุดเข้ากับชื่อนึงเข้า
‘Alabaster C. Torrington’
พี่ชายต่างมารดาอีกคนที่เขาเพิ่งได้คอนแทคต์มาจากซิลเวอร์อีกเช่นกัน ในความทรงจำของแมคเคนซีมีเพียงว่าตนเคยไปคอมเม้นต์โพสต์ของอีกฝ่ายในเน็คทาร์เพียงแค่ครั้งเดียว และตอนนี้ชื่อของอลาบาสเตอร์ก็อยู่เป็นลำดับสุดท้ายของลิสต์เนื่องจากว่ายังไม่เคยทักไป ซึ่งมันคงดูเสียมารยาทไม่น้อยหากจะปล่อยเอาไว้แบบนี้ เขาจึงกดที่แถบชื่อของอลาบาสเตอร์ให้เข้าสู่หน้าจอการสนทนาแล้วเริ่มพิมพ์ข้อความลงไป
สวัสดีครับ ผมแมคเคนซี สายเลือดเฮคาทีเหมือนคุณ ถ้าไม่รังเกียจ ผมขอคุยด้วยสักครู่ได้ไหม
หืม... น้องชายร่วมสายเลือดจากค่ายงั้นเหรอ? กล้าดีนะที่มาทักฉันน่ะ
ปกติฉันไม่ค่อยอยากเสวนากับพวกที่ยังก้มหัวให้พวกมาเฟียโอลิมปัสเท่าไหร่ แต่นี่เห็นว่าเป็นสายเลือดท่านแม่เหมือนกันหรอกนะ มีธุระอะไรก็ว่ามา แต่อย่าชวนฉันกลับไปค่ายนั่นล่ะ
ไม่ได้มาชวนกลับครับ ผมเองก็วางแผนจะออกจากค่ายไปอยู่ที่อื่นกับแฟนเหมือนกัน ที่จริงก็ไม่มีธุระอะไรหรอกครับ ซิลเวอร์ให้คอนแทคต์คุณมา ผมยังหาโอกาสทักไม่ได้จนถึงวันนี้ ผมแค่มาหาเพื่อนคุยน่ะ
หาเพื่อนคุย? แปลกชะมัด ปกติมีแต่พวกอยากได้คาถาแรง ๆ ไม่ก็มาเพื่อจะฆ่าฉัน ไม่ค่อยมีใครมาชวนคุยแบบนี้
แล้ววางแผนจะไปอยู่ที่ไหนกัน? กบดานในโลกมนุษย์มันไม่ง่าย ยิ่งถ้านายมีกลิ่นอายครึ่งเทพแรงขนาดนี้ พวกอสุรกายตามล่ากันสนุกแน่
แล้วแฟนนายเป็นมนุษย์หรือครึ่งเทพเหมือนกันล่ะ? ลองเล่ามาสิ เผื่อฉันจะช่วยแนะนำการใช้ชีวิตแบบ 'คนนอกค่าย' ให้ได้บ้าง ในฐานะรุ่นพี่ที่โดนเนรเทศมาก่อน
ว่าจะเช่าอพาร์ทเม้นต์ในนิวยอร์กครับ ผมต้องเรียนให้จบก่อน จากนั้นก็วางแผนว่าจะกลับบ้านเกิดที่กลอสเตอร์ ประเทศอังกฤษ คุณพอจะมีอะไรแนะนำผมไหม
“……….”
ดูเหมือนว่าบทสนทนาจะหยุดลงที่ตรงนี้เพราะอลาบาสเตอร์ไม่ได้ตอบอะไรต่อ แมคเคนซีจึงปิดหน้าจอแชทแล้วเข้าไปอ่านข่าว Olympus Insider ที่เขาไม่ได้อัพเดทข่าวสารของเหล่าชาวเดมิก็อดมาเป็นเวลาร่วมเดือน
เริ่มจากข่าวปลายปีก่อนของเหล่าสายเลือดเทพแอรีสพากันออกไปทำภารกิจถึงเมืองอิธากา เพื่อหยุดยั้งพายุหิมะที่ ‘คิโอนิด’ บุตรแห่งเทพบอเรอัสเป็นผู้สร้างขึ้น แน่นอนว่าภารกิจนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีเพราะเขาเห็นเหล่าเดมิก็อดจากกระท่อมหมายเลขห้ากลับมาอยู่ที่ค่ายกันแล้วทุกคน โดยเฉพาะ 'รูบี้ ซู' อดีตเพื่อนร่วมภารกิจของแมคเคนซีที่มาร่วมงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าที่กระท่อมโพไซดอนเมื่อวันสิ้นปีด้วย
ซึ่งภารกิจนี้ก็แลกมาด้วยการที่ห้องนั่งเล่นของกระท่อมบุตรเทพเฮเฟตัสถูกเผาจนไหม้จนเป็นตอตะโกแทบไม่เหลือเค้าเดิม เนื่องจากเหล่าบุตรเทพแอรีสมาขอยืมพาหนะเพื่อไปทำภารกิจ แต่สมาชิกคนหนึ่งในบ้านดันเผลอไปเปิด ‘เครื่องวิจัยเพลิงกรีกรุ่นทดลอง’ จนเกิดเรื่องอย่างที่เห็น
“ให้ตายสิ ไม่อยากนึกเลยว่าถ้าเป็นเพลิงกรีกของจริงป่านนี้จะเป็นยังไง”
แมคเคนซีพึมพำพลางปัดหน้าจอลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป
ปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีที่เหล่าเดมิก็อดจากทั้งสองค่ายออกไปทำภารกิจกันหลายคน ไม่ว่าจะเป็น 'เดม่อน เคนเนลท์' กับ 'ไฮด์ ฟีโอดอร์ โวลเทียเคอร์ซาคอฟ' ที่ไปทำภารกิจกันถึงประเทศเกาหลีใต้เพื่อสืบว่ามหาเทพซุสมีบ้านเล็กบ้านน้อยซ่อนอยู่ที่นั่นหรือเปล่า
'เฟเรีย เฮย์ส' ที่ออกไปทำภารกิจแต่กลับถูก 'เทพีเฮคาที' ร่ายคำสาปแห่งการดึงดูดใส่ ใช่…เขาอ่านไม่ผิดหรอก มารดาของเขานี่ล่ะที่เป็นผู้ร่ายคำสาปธิดาฮิปนอสคนนั้น โดยมีเนื้อหาใจความว่า ‘ไม่ว่าจะย่างก้าวไปที่ใด ต้องพบเจออสุรกายที่นั่น’ จนป่านนี้ก็ไม่รู้ว่าเดมิก็อดสาวคนนั้นเดินทางถึงไหนแล้ว และทำภารกิจได้อย่างราบรื่นหรือไม่
“เฮ้อ….ฉันควรออกจดหมายขอโทษสังคมแทนนางสักฉบับดีไหมนะ”
แมคเคนซีถอนหายใจบาง ๆ แน่นอนว่าเขาได้ยินกิตติศัพท์ด้านความร้ายกาจของมารดาตนเองมาก็ไม่น้อย แต่เขาเองก็เจอนางแบบนับครั้งได้จึงยากที่จะเอ่ยเตือนและห้ามปราม ได้แต่หวังว่านางจะหมดสนุกกับการกลั่นแกล้งเดมิก็อดบางคนไว ๆ จนรามือไปเองเสียที
ทางฝั่งค่ายจูปิเตอร์เองก็มีข่าวเกี่ยวกับการทำภารกิจเช่นกัน ที่น่าสนใจคือการที่อยู่ ๆ 'เทพอีออน' ก็ปรากฏกายขึ้นมากลางการที่ประชุมสภาเซเนท ในขณะที่ชาวเดมิก็อดฝั่งโรมกำลังหารือกันเรื่องภารกิจของ 'โมนีก้า เอ็ม. บลอสซัม' ธิดาแห่งเทพีเซเรสอยู่ หากพูดถึงเทพอีออนก็จะนึกถึงเทพแห่งกาลเวลา แต่นอกจากคำพูดของเทพอีออนแล้วก็ไม่มีเนื้อหาอะไรเกี่ยวกับภารกิจมากไปกว่านี้ ซึ่งแมคเคนซีก็หวังว่าเดมิก็อดสาวจากฝั่งโรมที่รู้จักกันผ่านทางโซเชียลเน็คทาร์จะกลับมาอย่างปลอดภัย
นอกจากนี้ก็ยังมีข่าวที่ดีนกับเขาและธิดาเทพเนปจูนช่วยกัน 'ทำความสะอาดเทวสถานของเทพเนปจูน' และบริเวณรอบ ๆ จนสะอาดเอี่ยมอ่อง พอนึกไปถึงตอนนั้นแล้วก็ไม่อยากเชื่อเลยว่าเทวสถานของเทพผู้ถือว่าเป็นบิดาฝั่งโรมันของคนรักจะถูกทิ้งร้างขนาดนั้น ไม่รู้ว่าหลังจากพวกเขากลับมาค่ายฮาล์ฟบลัดแล้วจะยังมีคนไปคอยทำความสะอาดอยู่หรือเปล่า
จากนั้นก็เป็นข่าวการเจอตัว 'อีธาน ซาง' ที่ห้องใต้ดินของกระท่อมเฮอร์มีส ซึ่งพวกเขาได้ทำการถามเจ้าตัวเมื่อช่วงวันสิ้นปีที่ผ่านมาแล้ว แต่คำตอบก็คือ ‘จำอะไรไม่ได้เลย’ เช่นเดียวกันกับน้องชายของเขาที่เพิ่งกลับมาเมื่อช่วงต้นปี
ดวงตาสีเฮเซลละสายตาจากหน้าจอสมาร์ทโฟนมองไปยังจูลี่ที่ยังคงพูดคุยกับพี่น้องร่วมกระท่อมอย่างสดใสร่าเริง พอเห็นรอยยิ้มนั้นแล้วก็ชวนให้คิดไปว่า ‘หรืออาจจะดีแล้วก็ได้ที่จำไม่ได้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องรับรู้ว่าช่วงเวลาที่หายไปนั้นพบเจอกับความยากลำบากหรือเรื่องเลวร้ายอะไรมาบ้าง’
จากนั้นหนุ่มอังกฤษก็กลับมาสนใจหัวข้อข่าวต่อไป ซึ่งเป็นข่าวงานเลี้ยงสิ้นปีที่จัดขึ้นที่บ้านของเหล่าบุตรโพไซดอนเป็นปีที่สอง ปีนี้มีแขกเข้าร่วมงานเยอะกว่าปีที่แล้ว และ 'ดีน' ก็ยังคงใจดีเสมอต้นเสมอปลาย อีกฝ่ายมอบของขวัญให้ทุกคนในงานอย่างทั่วถึง แต่ที่ดูจะเป็นที่ตื่นตาที่สุดก็คงจะเป็น ‘สมาร์ทโฟนไฮโดรเอ็กซ์’ ที่มอบให้แก่ 'เอียน มาร์โลว์' สมาชิกใหม่ของบ้านโพไซดอนที่เพิ่งออกไปทำภารกิจช่วงต้นปี
และนั่นก็คือที่มาของโทรศัพท์เครื่องนี้ของเขาและดีนที่พากันไปถอยมาใหม่แทนเครื่องเก่าที่คนรักเพิ่งยกให้น้องชายไปนั่นเอง
ถัดไปก็คือข่าวกลางคืนที่กลับมาสู่โลก ภายใต้โครงการ ‘Apollo’s Black Sun’ หรือโครงการที่เขาเรียกติดปากว่า ‘กลางคืนจำลอง’ น่าเสียดายที่โครงการนี้มีเพียงแค่ห้าปีเท่านั้น คงต้องฝากความหวังไว้กับทีมภารกิจ ‘ทวงคืนรัตติกาล’ ที่หายออกจากค่ายไปร่วมเกือบครึ่งปีก็ยังไม่ได้ข่าวคราวความคืบหน้าใด ๆ จนน่าเป็นกังวล
ขณะที่กำลังจะเลื่อนปัดหน้าจอลงเพื่ออ่านข่าวต่อไป แจ้งเตือนข้อความก็ดังขึ้นพร้อมกับข้อความตอบกลับของอลาบาสเตอร์ แมคเคนซีจึงสลับมาเปิดแอพแชทก่อน
นิวยอร์ก? กลิ่นอายลูกเทพในเมืองหลวงมันเย้ายวนซะจนพวกอสุรกายน่าจะแห่มาเคาะประตูห้องทุกเช้าแน่ ๆ
แนะนำอย่างแรก... ฝึกใช้ 'หมอก' ให้เยอะ ๆ ถ้ายังร่ายเวทเสียงดังหรือท่าเยอะนายไม่รอดแน่ แล้วก็ฝึกร่ายเวทในใจให้เป็น ไม่งั้นจะโดนพวกมนุษย์มองว่าสติไม่ดี ส่วนพวกอสุรกายก็จะรู้ตัวก่อนนายจะได้ลงมือ
เรื่องจะไปอังกฤษ... คิดดีแล้วใช่ไหม? การข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกที่ถือเป็นถิ่นของพวกเทพเจ้ามาเฟีย ทั้งซุส ทั้งโพไซดอน ถ้าพวกนั้นนึกครึ้มอยากแกล้งนายขึ้นมาล่ะก็… ถ้าจะไปจริงๆ นายควรเตรียมเครื่องรางหรือของขลังของท่านแม่ไปเยอะ ๆ ไว้บังตาพวกเทพตอนเดินทาง
ร่ายเวทในใจแบบในตำราที่คุณฝากซิลเวอร์มาให้น่ะเหรอครับ ผมจะลองดูนะ
เรื่องกลับอังกฤษคิดดีแล้วครับ ผมต้องกลับไปรับช่วงกิจการธุรกิจที่บ้านต่อจากพ่อ แต่ก็กังวลเรื่องแฟนอยู่
แฟนผมเขาเป็นลูกเทพโพไซดอนน่ะ ขึ้นเครื่องบินไม่ได้ เราคงต้องวางแผนเดินทางกันดี ๆ
หึ... ลูกโพไซดอนเหรอ? นายนี่รสนิยมแปลกนะ ไปคว้าลูกสมุนเบอร์ต้น ๆ ของพวกมาเฟียโอลิมปัสมาเป็นแฟน
แต่ก็นะ ความรักมันห้ามกันไม่ได้หรอก เรื่องเดินทางไปอังกฤษนี่ ถ้าขึ้นเครื่องบินเตรียมตัวโดนซุสสอยร่วงจากฟ้าได้เลย ทางเดียวคือต้องไปทางเรือ มหาสมุทรมันถิ่นพ่อเขา แต่อย่าประมาทเป็นอันขาด พวกอสุรกายใต้ทะเลมันไม่สนหรอกว่าใครเป็นลูกใคร
ส่วนเรื่องร่ายเวทในใจ ฝึกซะ ถ้าไม่อยากโดนเพื่อนบ้านแจ้งตำรวจมาลากตัวนายไปเช็คประสาท พลังของเราคือความลึกลับ ไม่ใช่มาป่าวประกาศให้โลกรู้
กว่าผมจะถึงอังกฤษคงเป็นเดือนแน่ครับถ้าต้องนั่งเรือไป แต่เราก็ไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้แล้ว
ส่วนเรื่องร่ายเวทผมเห็นด้วยนะ ตอนแรกผมก็ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมต้องบริกรรมคาถาแบบออกเสียง จะแบบไหนมันก็เหมือนกัน แต่ตำรามันระบุมาแบบนั้นนี่
หรือบางทีเราควรจะแหกกฎ งี่เง่าพวกนั้นบ้างดีล่ะครับ
นั่นแหละที่ฉันอยากได้ยิน! ตำราบางเล่มมันก็แค่คู่มือสำหรับเด็กประถม สายเลือดของเรามันลึกซึ้งกว่านั้น
การร่ายเวทในใจคือเรื่องของ "เจตจำนง" กับ "สมาธิ" ล้วน ๆ ถ้านายมีภาพในหัวชัดพอ เวทมนตร์ก็ทำงานตามใจสั่งเอง ไม่ต้องมาตะโกนป่าวประกาศให้ศัตรูรู้ตัวหรอก
แหกกฎไปเลยแมคเคนซี... โลกข้างนอกมันโหดร้ายเกินกว่าจะมามัวเดินตามกฎโง่ ๆ ที่คนอื่นขีดไว้ ถ้านายยังยึดติดกับตำรา นายก็เป็นได้แค่เด็กน้อยในค่ายไปตลอดชีวิตนั่นล่ะ
เรื่องนั่งเรือข้ามมหาสมุทรเป็นเดือนเนี่ย... ระหว่างอยู่บนเรือ นายต้องกางอาคมพรางตาไว้ตลอดเวลาเท่าที่ทำได้ อย่าให้กลิ่นอายครึ่งเทพฟุ้งกระจายไปทั่วทะเล ไม่งั้นได้เกิดศึกกลางน้ำแน่...
แฟนนายคุมน้ำได้เก่งแค่ไหนล่ะ? ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาจริง ๆ นายต้องพึ่งพาเขาเยอะ เพราะเวทมนตร์ของบนผิวน้ำของพวกเรามันค่อนข้างกินพลังงานเยอะกว่าบนบกพอสมควร
ผมก็อยากเรียนการใช้เวทเพิ่มอยู่นะ แฟนผมเขาควบคุมน้ำเก่งมากครับ เขาชื่อดีน คุณรู้จักไหม แต่ว่าผมก็พอใช้เวทน้ำได้ เพราะผมมีตำรานิมูเอล อาจจะพอช่วยเขาได้บ้าง
เดี๋ยว... ใจเย็นแมคเคนซี เวทน้ำ? นายจะบ้าหรือไง?
ฟังนะ สายเลือดเราไม่ได้ถูกสร้างมาให้คุมธาตุโดยตรงแบบพวกเด็กโพไซดอนหรือซุส ไอ้พวกเวทธาตุไฟ น้ำ ลม อะไรนั่นมันเป็นของพวก 'ลูกสมุนมาเฟีย' เวทมนตร์ของเฮคาทีจริง ๆ คือความมืด เงา และความลึกลับ
ไอ้ตำรานิมูเอลที่นายบอกน่ะ... ระวังไว้หน่อย การที่นายพยายามฝืนใช้เวทธาตุที่สายเลือดเราไม่รองรับมันอันตราย ถ้าแฟนนายเป็นลูกโพไซดอนและคุมน้ำเก่งอยู่แล้วก็ปล่อยให้หมอนั่นทำไป
ส่วนชื่อ 'ดีน' อะไรนั่น... ขอโทษที ฉันไม่รู้จัก
อีกครั้งนะแมคเคนซี... เลิกพยายามเป็น 'นินจาธาตุ' แล้วหันมาฝึกเวทพื้นฐานของเราดีกว่า เวทพวกนี้มีประโยชน์กว่าเวทน้ำที่นายไปขุดมาจากตำราต่างถิ่นเยอะ เชื่อพี่... เอ่อ เชื่อฉันเถอะ
คุณเพิ่งบอกผมไปเองนะว่าถ้ามัวแต่เดินตามกฎโง่ ๆ ผมก็จะเป็นเด็กน้อยในค่ายไปตลอดชีวิตน่ะ
ผมจำเป็นต้องใช้ตำรานี้ เวลาที่แฟนผมอยู่ในพื้นที่ที่ไม่สามารถใช้น้ำได้ ผมต้องเสกน้ำออกมาเพื่อซัพพอร์ตการใช้พลังสายเลือดของเขา
….....นายย้อนฉันได้แสบดีนะแมคเคนซี
แต่ฟังนะ การ 'แหกกฎ' กับการ 'ทำเรื่องเป็นไปไม่ได้' มันคนละเรื่องกัน
การที่นายจะเสกน้ำออกมาจากความว่างเปล่าด้วยสายเลือดเฮคาทีเนี่ย มันไม่ใช่แค่เรื่องของกฎ แต่มันคือเรื่องของ "ขีดจำกัดทางสายเลือด" เข้าใจไหม?
ถ้านายทำได้จริงโดยไม่ตายไปก่อน แสดงว่านายต้องแข็งแกร่งมากหรือไม่ก็ตำรานิมูเอลนั่นมันมีของดีซ่อนอยู่
แต่ถ้านายยืนยันว่าจำเป็นต้องใช้ ฉันก็จะไม่ขัด เพราะความรักมันทำให้คนเราทำเรื่องบ้าๆ ได้เสมอ ฉันเข้าใจดี...
ในเมื่อนายอยากจะซัพพอร์ตแฟนขนาดนั้น ฉันแนะนำอย่างหนึ่ง...
แทนที่จะพยายามเสกน้ำออกมาตรง ๆ นายลองใช้เวท "การดึงสสาร" หรือ "การแปรธาตุพื้นฐาน" ดูไหม?
มันใช้พลังงานน้อยกว่าการสร้างขึ้นมาใหม่เยอะ ฝึกใช้ความชื้นในอากาศหรือน้ำใต้ดินสิ แบบนั้นจะเข้าทางสายเวทแบบเรามากกว่าการฝืนธาตุตรง ๆ
การดึงสสาร กับ แปรธาตุพื้นฐานงั้นเหรอครับ น่าสนใจดี ผมจะได้ใช้เวทแบบมีอิสระมากขึ้น อย่าบอกนะว่าคุณไม่ชอบความอิสระน่ะ?
ถ้ามีโอกาสคุณช่วยสอนผมได้ไหม แต่ผมยังไม่กลับอังกฤษเร็ว ๆ นี้หรอก
อิสระ? พูดเหมือนรู้จักฉันดีเลยนะ
แน่นอน ฉันนี่แหละคือผู้แสวงหาอิสระ ไม่งั้นไม่ยอมโดนเนรเทศออกมาอยู่คฤหาสน์แบบนี้หรอก อยู่ในค่ายมีแต่กฎงี่เง่าจนคลื่นไส้
จะให้ฉันสอนเหรอ? กล้าขอฉันก็กล้าสอน
แต่บอกก่อนว่าการสอนของฉันมันไม่เหมือนที่ค่าย ถ้านายอยากเรียนจริงต้องเตรียมตัวมาให้พร้อม
เพราะถ้านายพลาดในแล็บของฉัน นายอาจจะกลายเป็นหนูตะเภาหรือหายตัวไปในมิติเงาเลยก็ได้
เอาเป็นว่า ถ้ายังไม่รีบกลับอังกฤษ แล้วอยากจะอัพเลเวลการใช้เวทเพื่อไปดูแลพ่อหนุ่มลูกโพไซดอนนั่นก็แวะมาหาฉันที่คฤหาสน์ที่คีสวิลล์ได้ตลอด
แต่คุณก็ออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้ไม่ได้...ใช่ไหมครับ แบบนี้เรียกว่าอิสระจริง ๆ น่ะเหรอ
คีสวิลล์สินะครับ...ตกลง ผมจะไป ผมว่าผมอยู่ในกรอบมามากพอแล้ว แล้วผมจะนัดคุณอีกทีนะ
จี้จุดเก่งเหลือเกินนะ... แต่อิสระสำหรับฉันมันคือการไม่ต้องก้มหัวให้ใคร
ถึงจะอยู่ในพื้นที่จำกัด แต่นี่คือ "อาณาจักร" ของฉัน
ไม่ใช่ "คุก" ที่พวกมาเฟียโอลิมปัสขีดเส้นให้เดินตามแบบพวกที่อยู่ในค่าย แบบนั้นมันน่าอึดอัดกว่าเยอะ
จะมาวันไหนก็มา แต่อย่าช้าล่ะ ฉันเกลียดคนไม่ตรงเวลาพอ ๆ กับเกลียดดอกไม้เลย
ถ้านายอยากแหกกรอบจริงๆ ก็เตรียมตัวเตรียมใจมาให้ดี ห้องแล็บฉันไม่ใช่คลาสเรียนอนุบาลแบบในค่าย
แมคเคนซียิ้มเล็กน้อยกับคำสุดท้ายในข้อความของอลาบาสเตอร์ จากที่คุยกันแล้วอีกฝ่ายก็ไม่ได้ดูน่ากลัวขนาดนั้น ซ้ำยังให้คำแนะนำที่น่าสนใจเสียด้วยซ้ำ ดูท่าว่าคงต้องหาเวลาไปเยี่ยมเยียนพี่ชายร่วมมารดาคนนี้ที่คีสวิลล์ตามคำเชิญชวนสักหน่อย
เขาปิดหน้าจอการสนทนาลงแล้วอ่านข่าวต่ออีกหน่อย ซึ่งเป็นข่าวเกี่ยวกับการเปิดใช้งานระบบ ‘สารานุกรมอสุรกายออนไลน์’ กับ ‘ระบบปรึกษารุ่นพี่แอนนาเบ็ธ เชส’ ที่ไม่ต้องผ่านระบบเครือข่ายไอริส แต่ก็ยังต้องมีสมาร์ทโฟนเดดลัสหรือกำไรเทสเซร่าอยู่ดี
ตามมาด้วยข่าวเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ‘Midnight Styx’ หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ ‘โทรศัพท์สำหรับคู่รัก’ ที่ดีนเพิ่งซื้อให้เขาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งคุณเดดาลัสเจ้าของร้านก็ช่างจับจุดอ่อนคนรักของเขาได้เก่งเหลือเกิน ดีนถูกตกง่าย ๆ ด้วย ‘ฟีเจอร์คู่รัก’ รวมถึง ‘ระบบป้องกันการดักฟังจากเหล่าเทพ’ ซึ่งเขาเองก็ยอมรับว่าน่าสนใจเช่นกัน เท่านั้นยังไม่พอ บุตรโพไซดอนยังลงทุนเสียเงินเพิ่มเพื่อเลือกเบอร์มงคลอีกต่างหาก แม้จะซื้อในช่วงเปิดตัวด้วยราคาพิเศษ กระนั้นพอเห็นหน้าหงอย ๆ ตอนควักเงินจ่ายแล้วก็อดสงสารระคนเอ็นดูไม่ได้ แต่ก็เข้าใจในนิสัย ‘ของมันต้องมี’ ของคนรักเป็นอย่างดี ถึงห้ามไป ดีนก็คงต้องพาเขากลับมาซื้อในวันใดวันหนึ่งอยู่ดี
“พี่แมคฮะ พวกเราลองทำน้ำมันหอมระเหยสมุนไพรสูตรใหม่เสร็จแล้วล่ะฮะ พี่แมคมาช่วยดูหน่อยสิฮะว่าควรเติมอะไรเข้าไปอีกไหม”
เสียงของจูลี่ดังมาจากตรงประตูห้องปรุงยา ส่งผลให้แมคเคนซีต้องพักการอ่านข่าว Olympus Insider ไว้เพียงเท่านี้
“อ้อ ได้สิ ไปเดี๋ยวนี้ล่ะ”
เขากดออกจากแอพพลิเคชั่น ปิดหน้าจอและเก็บสมาร์ทโฟนลงกระเป๋ากางเกง ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปหาเหล่าน้อง ๆ ในห้องปรุงยาที่กลิ่นหอมของสมุนไพรอวลคลุ้งเข้มข้นกว่าในห้องตำรา

สรุปเหตุการณ์
คะแนนความสนิทสนม
[NPC-70] อลาบาสตอร์ ซี. ทอร์ริงตัน
แชทกับอลาบาสเตอร์ (ครั้งแรก)
ค่าความสัมพันธ์ : +9

อ่านข่าวใน Olympus Insider
1. สายเลือดแห่งแอรีสผงาด! 5 พี่น้องฝ่าพายุหิมะ ล้างบางอิธากาเยือกแข็ง พิสูจน์ความโหดต่อหน้าเทพสงคราม! 🔥
2. ด่วน! คู่หู "พี่เลี้ยงเด็ก" ตะลุยกรุงโซล! สวมรอยผู้ช่วยนักเขียนมังฮวา จับพิรุธบ้านเล็กท่านพ่อซุส!
3. ✨ น่ารักไม่ไหว! "โมบายเปลือกหอย" ฝีมือสายใยแห่งท้องทะเลที่ไร้พรมแดน🔱🌊 เปลี่ยนวิหารสุดหลอนให้กลายเป็นจุดเช็กอินสุดชิค 🐚🎶
4. 🔥 ด่วน! สภาเซเนทลุกเป็นไฟ! "เทพอิออน" ปรากฏกายกลางที่ประชุม เตือนภัยคืบคลาน... โครนอสกำลังจะกลับมา! 🔥
5. วินาศกรรมห้องนั่งเล่น! เอโลอีส เพจ ที่ปรึกษาบ้านหมายเลข 9 ช็อก เจอเพลิงกรีกถล่มบ้านฝีมือเด็กแอรีส ก่อนถูกเรียกพบที่ป่าต้องห้ามไป 'รับรางวัล' ปริศนา 🏚️🔥⚡️
6. 📱 นวัตกรรมเขย่าวงการ! Daedalus "Midnight Styx" Edition สมาร์ทโฟนที่เทพยังดักฟังไม่ได้! พร้อมฟีเจอร์ "คู่รัก" ที่คนมีกิ๊กต้องผวา!
7. 🌑 ปิดตำนาน 458 วันที่โลกไร้ค่ำคืน! มหากาพย์กู้โลกจาก Eternal Sunshine สู่ Black Sun: บทสรุปการทวงคืนความมืดมิดที่สาบสูญ!
8. ⚡️ ก้าวล้ำไปอีกขั้น! โลกเดมิก็อดเปิดใช้งานระบบ Stabilizing Link 🔗 เชื่อมฐานข้อมูลอสุรกายออนไลน์และระบบปรึกษารุ่นพี่ผ่านโครงข่ายเนคทาร์! 📖👾
9. 🔥 ช็อกวงการ! "เฟเรีย" กับพร (หรือคำสาป?) แห่งรักจากเทพีเฮคาที! ทุกย่างก้าวคือสนามรบ ⚔️✨
10. 🔥 ช็อกทั้งกระท่อม! "อีธาน ซาง" ไม่ได้หายสาบสูญอย่างที่คิด! พบแอบกบดานนอนอู้ในชั้นใต้ดินกระท่อมหมายเลข 11 มาโดยตลอด! 🔥
11. 🔱 สายเปย์รับปีใหม่! ดีน บุตรโพไซดอนเปิดโหมดพี่ชายใจปั้ม ยกมือถือ Hydro-X ส่วนตัวให้น้องใช้สื่อสารยามเดินทางไกล ✨
รวม 11 พ้อย