[สาธารณรัฐกัวเตมาลา]

[คัดลอกลิงก์]

หากท่านเป็นกึ่งเทพผู้หลงทาง สามารถสมัครสมาชิกเข้าร่วมกับเราได้ที่นี่ https://t.me/+etLqVX17bGg5ZjBl

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา ลงทะเบียน

×



República de Guatemala


สาธารณรัฐกัวเตมาลา





สาธารณรัฐกัวเตมาลา




          สาธารณรัฐกัวเตมาลาเป็นประเทศในอเมริกากลางที่ตั้งอยู่ระหว่างเม็กซิโกทางเหนือ–ตะวันตก เบลีซและทะเลแคริบเบียนทางตะวันออก และเอลซัลวาดอร์กับฮอนดูรัสทางใต้ ประเทศนี้เป็นศูนย์กลางอารยธรรมมายัน (Maya) ที่สำคัญในอดีต ก่อนจะถูกสเปนเข้าปกครองในศตวรรษที่ 16 จนได้รับเอกราชในปี 1821 เมืองหลวงคือ กัวเตมาลาซิตี (Guatemala City) เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศและเป็นศูนย์กลางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม


          ประชากรของกัวเตมาลามีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ โดยราวครึ่งหนึ่งเป็นชนเผ่ามายันหลากหลายกลุ่ม เช่น กิเช (K’iche’), กักชิเกล (Kaqchikel), มาม (Mam) และอื่น ๆ อีกครึ่งคือชาวเมสติซอส (เชื้อสายผสมยุโรป–พื้นเมือง) ภาษาราชการคือภาษาสเปน แต่ยังมีภาษาพื้นเมืองกว่า 20 ภาษาใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน ศาสนาหลักคือคริสต์ศาสนา ซึ่งผสานกับความเชื่อดั้งเดิมของชาวมายันจนเกิดเป็นวัฒนธรรมเฉพาะตัว


          กัวเตมาลาโดดเด่นทั้งด้านประวัติศาสตร์และธรรมชาติ มีแหล่งโบราณคดีมายันที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น ติกาล (Tikal) ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าดิบชื้น ภูเขาไฟหลายลูกรวมถึงภูเขาไฟปากายา (Pacaya) และทะเลสาบอาติตลัน (Lake Atitlán) ที่ล้อมรอบด้วยภูเขาไฟและหมู่บ้านชนพื้นเมือง นอกจากนี้เมืองโบราณแอนติกัว (Antigua Guatemala) ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกยูเนสโก ทำให้กัวเตมาลาเป็นประเทศที่ผสมผสานประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติไว้อย่างงดงาม





แสดงความคิดเห็น

God
โพสต์ 8826 ไบต์และได้รับ 4 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-11-23 11:30
โพสต์ 2025-12-8 00:53:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Dean เมื่อ 2025-12-11 22:25

366
หนึ่งวันพันเหตุการณ์

               (WED) 14/06/2025 เวลา 07.00 น.

               จากการนั่งรถบัสข้ามคืนแบบมาราธอนยังไม่ทันได้ตื่นเต็มตา เหล่าวีรบุรุษที่กำลังมุ่งหน้าเดินทางกลับค่ายก็ต้องรีบต่อรถชัตเทิลบัสจากกัวเตมาลาซิตี้ไปยัง ‘เมืองอันติกัว’ เมืองสวยน่าเที่ยวอีกเมืองที่อยู่ไม่ห่างไกลออกไป และยังเป็นทางผ่านสำหรับขึ้นเหนือเพื่อเข้าสู่สหรัฐเม็กซิโกโดยไม่มีเวลาล้างหน้าแปรงฟันที่สถานีขนส่งประจำเมือง

               “เหนื่อยชะมัด ฉันจัดตารางกระชั้นชิดเกินไปหน่อยไหมเนี่ย”

               ดีนนั่งหาวขณะอยู่บนซัตเทิลบัส เขาเอนคอซบไหล่แมคเคนซีราวกับที่พูดเมื่อกี้เพียงแค่พึมพำกับตัวเอง

               “ถ้าอยากให้ทันรอบรถก็คงต้องประมาณนี้ล่ะ”
               
               แม้เป็นการรำพึงแต่ยังไงก็ได้ยินอยู่ดี แมคเคนซีจึงตอบแบบไม่ได้คิดอะไร เขาเข้าใจดีว่าบางครั้งการเดินทางจำเป็นต้องทำเวลา หากพลาดรอบรถไปแล้วก็จะต้องเสียเวลารอรอบต่อไปอีกพักหนึ่ง พอเหลือบมองไปยังสมาชิกร่วมทีมอีกสองคนที่มาด้วยกันก็เห็นว่าชาร์ล็อตกับไฮรี่พากันเดินทางไปยังดินแดนแห่งความฝันแล้ว ดูท่าว่าทั้งคู่คงจะหลับกันไปด้วยความเพลียตั้งแต่รถเพิ่งเริ่มออกตัวไม่นาน

               “อยากให้ทันรอบด้วย แล้วก็ไม่อยากเสียค่าโรงแรมมากด้วย”

               น่าเหลือเชื่อที่เงินรางวัลภารกิจที่ได้รับมาหลังพิชิตอะพอลลีออนเริ่มพร่องลงไปจนเหลือเพียงแค่ครึ่งเดียว แบบนี้อย่าเรียกว่ารางวัลภารกิจเลย ให้เรียกว่าทำภารกิจฟรีแถมเงินกลับบ้านให้ดีกว่า ขนาดว่ารอบนี้ไม่ได้เช่ารถมาขับนะ…

               รถชัตเทิลบัสเดินทางต่อไปอีกครึ่งชั่วโมงก็ถึงเมืองอันติกัว เมืองโบราณที่เรียบง่าย โรแมนติก และเต็มไปด้วยเสน่ห์แบบโคโลเนียล ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาไฟสามลูก ได้แก่ ภูเขาไฟอากวา ภูเขาไฟอากาเตนานโก และภูเขาไฟฟูเอโก ทำให้เมืองนี้มีวิวทิวทัศน์ที่สวยสะดุดตาสมฐานะเมืองแห่งภูเขาไฟไม่น้อยหน้าประเทศเอกวาดอร์ ถนนเป็นหินทรายสีพาสเทล ตัดกับหลังคากระเบื้องสีแดง มีร้านสไตล์เกรกซดักกระจายเหมือนเมืองในภาพวาด สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านคาเฟ่เล็ก ๆ น่ารัก กลิ่นกาแฟคั่วหอมฟุ้งเต็มท้องถนน สมแล้วกับที่เป็นแหล่งกาแฟชั้นดี นอกจากนี้ที่นี่ยังถือเป็นเมืองที่ปลอดภัยอันดับต้น ๆ ของประเทศกัวเตมาลาอีกด้วย


               “กลิ่นกาแฟหอมจังแฮะ พวกนายคิดยังไงถ้าวันนี้จะกินกาแฟกับขนมปังเป็นอาหารเช้า” ดีนถามสมาชิกที่เดินตามมา ดูเหมือนว่าพวกเขาจะตื่นเต็มตาได้ด้วยกลิ่นของคาเฟอีน

               “ก็ดีเหมือนกัน จะดีกว่านี้ถ้ามีโกโก้ร้อนด้วย”

               แม้จะถูกกลิ่นเมล็ดกาแฟที่เพิ่งคั่วเสร็จใหม่ ๆ เตะเข้าปลายจมูกจัง ๆ แต่คนที่ไม่ใช่คอกาแฟแบบแมคเคนซีก็ยังนึกถึงเครื่องดื่มที่ตนเองชอบมากกว่า

               “ไฮรี่ก็ด้วย อยากกินโกโก้ นมอุ่นก็ได้ แล้วก็ขนมปังนุ่ม ๆ”

               พอพูดถึงอาหารเช้าไฮรี่ก็รีบมาร่วมวงด้วยทันที ไม่รู้ว่าตอนที่ยังเป็นปกติชายหนุ่มจะชอบดื่มกาแฟหรือเปล่า แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ชอบรสขมของมันเท่าไหร่

               “แล้วชาร์ล็อตล่ะ อยากกิน——”

               พอหันไปถามน้องสาวก็เห็นว่าเธอกำลังหยุดดูอะไรบางอย่างอยู่ เมื่อมองตามสายตาคู่นั้นไปก็เห็นคาเฟ่ร้านหนึ่งที่จัดร้านได้น่าสนใจ โต๊ะและเก้าอี้ไม้ซึ่งบุด้วยเบาะนุ่มสีม่วงบางส่วนถูกนำมาจัดวางตรงหน้าร้านเพื่อให้ลูกค้าได้ดื่มกาแฟยามเช้าพร้อมชมวิวเมืองอย่างไม่รีบร้อน นอกจากนี้ยังมีส่วนที่ใช้รับรองลูกค้าภายในร้านและลานโล่งด้านในอีก นับว่าเป็นร้านที่ค่อนข้างใหญ่ร้านหนึ่งในละแวกนี้เลย


               “สงสัยเธอจะสนใจร้านนี้ เราแวะกินมื้อเช้าที่ร้านนี้เลยดีไหม”

               หนุ่มอังกฤษหันมาถามชายหนุ่มอีกสองคนในทีมแทน

               “เอาสิ ฉันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เช้า ๆ แบบนี้ได้อเมริกาโน่สักแก้วฉันก็ตื่นแล้ว …ว่าแต่ ต้องสั่งกาแฟท้องถิ่นแทนไหมนะ?”

               บุตรเจ้าสมุทรขบคิดขณะเดินนำไปยังที่ตั้งเมนูหน้าร้านที่มีรายการอาหารหลากหลาย ทั้งกาแฟ ของหวาน และอาหารหนัก ๆ อย่างเบอร์เกอร์และพาสต้า

               “อาหารที่นี่น่ากินหลายอย่างเลย ไม่ได้มีแค่ถั่วกับกล้วยแล้ว แถมยังมีโกโก้ที่นายกับไฮรี่อยากดื่มด้วยนะ”

               ดีนขยับตัวเล็กน้อยให้คนที่เหลือได้เข้ามาดูเมนู

               “ของกินเต็มเลย ไฮรี่ชอบที่นี่!”

               ในเมื่อได้เสียงไฮรี่เพิ่มขึ้นมาอีกคนคงไม่ต้องหันไปถามแมคเคนซีแล้วมั้งว่าเอายังไง หนุ่มอังกฤษยิ่งชอบตามใจคนสำคัญของเขาอยู่แล้วด้วย ดีนจึงเพียงแต่ยิ้มมุมปากกับยักไหล่ให้อย่างรู้กัน

               เมื่อเสียงเป็นเอกฉันท์ แมคเคนซีก็ว่าตามนั้น พอมีลูกค้ามายืนออตรงหน้าร้านแถมยังดูเป็นนักท่องเที่ยวต่างถิ่นเสียด้วย พนักงานในร้านก็รีบออกมาให้การต้อนรับพวกเขาเป็นอย่างดี ทั้งยังช่วยแนะนำอาหารขึ้นชื่อของร้านและเซ็ตอาหารเช้าให้อีกด้วย

               แน่นอนว่าคนที่ฟังรู้เรื่องมากที่สุดน่าจะเป็นดีน ส่วนเหล่าบุตรเฮคาทีคราวนี้ยังไม่คิดจะใช้เวทแปลภาษา ด้วยการต่อสู้ที่เพิ่งผ่านมาทำให้พวกเขาใช้พลังเวทกันอย่างหนักหน่วงจนต้องพักสักหน่อยเพื่อไม่ให้ร่างกายรับภาระมากจนเหนื่อยเกินไป

               สุดท้ายพวกเขาก็ได้เซ็ตอาหารเช้ากันมาคนละชุด ชาร์ล็อตได้ลาเต้และขนมปังอบใหม่หอมกรุ่นที่สะกดให้เธอหยุดยืนอยู่หน้าร้านสมใจ ไฮรี่ได้โกโก้ร้อนและเซ็ตไข่เบเนดิกท์ที่ดัดแปลงให้เข้ากับท้องที่ ส่วนแมคเคนซีที่แพ้เสียงพนักงานก็ได้ลองอย่างอื่นนอกจากเครื่องดื่มที่ตนชอบมาเป็นมอคค่าหวานน้อยและครัวซองค์อัลมอนด์อบใหม่ที่ผิวด้านนอกเคลือบน้ำผึ้งจนกรอบนอกนุ่มในซึ่งเป็นเมนูแนะนำของที่นี่

               “ของนายเป็นไงบ้าง”

               แมคเคนซีถามดีนที่นั่งอยู่ด้านข้างหลังจากเริ่มทานไปได้ไม่กี่คำ

               “อร่อยดี นายอยากชิมไหม”

               ดีนเอ่ยถามพร้อมเลื่อนเซ็ตรวมของทอดมาตรงกลางเผื่อว่าใครจะลองชิม ช่างเป็นอาหารที่ไม่เหมาะกับการรับประทานเป็นมื้อเช้า แต่เมื่อมีในเมนูเขาก็มีสิทธิ์ที่จะสั่งใช่ไหมล่ะ เมื่อพูดจบไฮรี่ก็รีบเอื้อมส้อมมาจกเฟรนฟรายไปจากจานทันทีจนเจ้าของอาหารได้แต่ส่ายศีรษะแล้วหยิบกาแฟแอนติกัวขึ้นมาจิบรับรสชาติอันซับซ้อนของโทนช็อคโกแลต เฮเซลนัท และคาราเมลอันเป็นเอกลักษณ์ของกาแฟชนิดนี้ซึ่งสร้างความพึงพอใจได้อย่างมาก

               “ฉันว่ากาแฟที่นี่ดีแฮะ ซื้อกลับไปด้วยเลยดีกว่า คุณไครอนก็น่าจะชอบ”

                ส่วนคุณดี… ไม่รู้เลยว่านอกจากไวน์และไดเอ็ตโค้ก เทพแห่งสุราเมรัยจะโปรดปรานกาแฟด้วยหรือเปล่า เขาจึงตัดสินใจจะซื้อของขวัญอื่นที่สีสันเจ็บจี๊ดให้แทน

               “ก็ดีนะ น่าจะเป็นของฝากที่ดี”

               แมคเคนซีพยักหน้ารับเล็กน้อย เขาไม่ได้ชิมอาหารของดีนเพราะไม่ค่อยรับประทานของทอดตอนเช้า แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่ากาแฟของที่นี่คุณภาพดีจริง ๆ ขนาดผสมกับโกโก้ก็ยังมีรสชาติและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ไม่ถูกกลบไปง่าย ๆ

               หลังจากรับประทานอาหารกันจนอิ่มหนำสำราญแล้วทั้งหมดก็เดินเที่ยวชมเมืองต่ออีกหน่อยแล้วค่อยนั่งรถบัสออกเดินทางต่อ

               เมื่อถึงเวลา เดมิก็อดทั้งสี่ก็พากันขึ้นรถบัสที่จะมุ่งหน้าไปยังเมืองทาปาชูลา ซึ่งรอบนี้เป็นการเดินทางระยะยาว แต่ก็ยังมีจุดแวะพักระหว่างทาง

               “นั่งรถอีกแล้วเหรอ ไฮรี่นั่งรถจนเมื่อยก้นไปหมดแล้ว”

               เหมือนว่าพอเริ่มสนิทกันมากขึ้น บุตรเฮอร์มาโฟรไดตัสก็บ่นไม่หยุด แต่อีกสามคนก็ไม่ได้ถือสา อย่างน้อยไฮรี่ก็แค่บ่น ไม่ได้ลุกขึ้นมาอาละวาดเหมือนตอนเบื่ออาหารที่รับประทานซ้ำ ๆ จนงอแง และหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นอีก

               รถเริ่มออกได้สักพัก อาการง่วงเหงาหาวนอนก็เริ่มมาเยือนอีกครั้ง ซึ่งก็ต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วตามธรรมดาของคนที่เพิ่งเดินเที่ยวกันจนเหนื่อยและอิ่มจากมื้อกลางวัน

               โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาบางคู่กำลังจับจ้องมาจากตรงที่นั่งหลังสุดของรถ

               .
               .
               .

               สามชั่วโมงต่อมา

               “ต้องรออีกนานแค่ไหน ข้าชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ”

               “ข้าก็ไม่อยากรอแล้วเหมือนกัน ถ้างั้นก็ลงมือกันเลย… เฮ้ คนขับรถ พอจะมีจุดแวะพักเข้าห้องน้ำข้างหน้าไหม”

               เสียงหนึ่งตะโกนถามมาจากเบาะหลังสุดของรถบัส ปลุกบุตรแห่งเจ้าสมุทรให้ตื่นขึ้นมาทว่ายังไม่สร่างขี้ตาดี จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงตะโกนตอบกลับด้วยภาษาถิ่นจากคนขับ

               “อีกสิบนาทีจะถึงปั๊มน้ำมัน เดี๋ยวแวะให้”

               ประมาณสิบนาทีให้หลัง รถบัสได้เบี่ยงหัวออกจากถนนสายหลัก เลี้ยวเข้าไปที่จุดพักรถในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งเพื่อให้ผู้โดยสารได้เข้าห้องน้ำ เมื่อส่องดูพิกัดจากโทรศัพท์มือถือก็พบว่าตอนนี้พวกเขาอยู่นอก ‘เมืองซานเซบาสเตียน’ ไม่เกินสองกิโลเมตร

               “รถบัสจะหยุดแวะพักยี่สิบนาที ใครต้องการเข้าห้องน้ำก็เชิญเลยครับ”

               คนขับรถบัสหันมาแจ้งกับผู้โดยสารก่อนจะเปิดให้ผู้คนลงไปทำธุระส่วนตัว ชาร์ล็อตที่เพิ่งตื่นไม่นานหลังประกาศหันมาถามด้วยความงุนงงเนื่องจากเธอไม่ได้ใช้เวทแปลภาษา

               “ถึงจุดพักรถแล้วเหรอคะ หนูอยากเข้าห้องน้ำพอดีเลย”

               “ไฮรี่ก็อยากแวะพักด้วย ไฮรี่เมื่อย” บุตรแห่งเทพสองเพศก็รีบบอกความต้องการของตนเอง

               “ใช่ แวะพักยี่สิบนาทีน่ะ” ดีนกล่าวก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา “ถ้าไปเข้าห้องน้ำก็มาถึงที่รถก่อนสี่โมงครึ่งนะ”

               “ครับ!/ค่า” จากนั้นคู่หูผมสองสีทั้งสองก็ลงจากรถบัสไปทำธุระของตัวเอง

               “ฉันก็ปวดฉิ้งฉ่องเหมือนกัน นายลงไปด้วยกันไหมแมคซี่ กว่าจะถึงด่านชายแดนอีกตั้งเกือบสองชั่วโมง” ดีนเอ่ยถามคนรักที่อยู่ข้าง ๆ ถึงไม่ปวดห้องน้ำแต่ก็ควรจะลงมายืดเส้นยืดสายเสียหน่อย

               “ไปสิ ดูท่าเขาคงไม่แวะอีกรอบแล้ว”

               พอฟังระยะเวลาที่เหลือแล้วก็พอคำนวณได้ว่าหลังจากนี้คนขับคงจะยิงยาวทีเดียวไปจนถึงจุดหมายปลายทางเลย แมคเคนซีกับดีนจึงพากันลงจากรถตามผู้โดยสารคนอื่นไป

               .
               .
               .

               ซ่าาาา

               หลังทำธุระเสร็จเรียบร้อย แมคเคนซีก็ออกมาเปิดก๊อกน้ำที่หน้าห้องน้ำล้างมือและล้างหน้าเพื่อให้รู้สึกสดชื่นขึ้นพลางรอดีนที่ยังอยู่ด้านใน จากนั้นก็มีร่างของใครบางคนมายืนอยู่ด้านข้าง
               
               “มาเที่ยวเหรอพี่ชาย”

               น้ำเสียงที่ทักทายดูไม่เหมือนเด็กเท่าไหร่ หนุ่มอังกฤษที่กำลังเช็ดหน้าเช็ดตาเหลือบมองร่างข้าง ๆ เล็กน้อยเพื่อเช็คให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายกำลังสนทนากับเขาอยู่หรือเปล่า

               “ก็…ประมาณนั้นครับ”

               แมคเคนซีเลือกตอบแบบไม่ลงรายละเอียด จากสัญชาตญาณของตนเองลึก ๆ มันกำลังบอกว่าชายหนุ่มที่แต่งกายด้วยชุดท้องถิ่นคนนี้ดูท่าทางไม่ค่อยน่าไว้ใจ

               “ไม่ใช่เพราะมีคนที่นั่งเครื่องบินไม่ได้งั้นเหรอ”

               ประโยคนั้นทำเอาบุตรเทพีแห่งมนตราชะงักกึก บทสนทนาเงียบลงเพียงเท่านั้น เมื่อดวงตาสีฮาเซลเลื่อนกลับมามองที่กระจกก็เห็นว่าใบหน้าของอีกฝ่ายกลับกลายเป็นไซคลอปส์ไปซะแล้ว กระบองไฟฟ้าที่อยู่ในมือของมันแสดงถึงความได้เปรียบที่มากกว่าเขาซึ่งไม่มีอาวุธติดมือ…อย่างน้อยก็ในเวลานี้

               “อยู่เฉย ๆ ถ้ายังไม่อยากรีบตาย รอให้พวกของฉันจัดการลูกโพไซดอนให้เสร็จก่อนเถอะ”

               หลังจากที่ไซคลอปส์ตนนั้นพูดไม่ทันขาดคำ เสียงระเบิดตูมตามก็ดังมาจากในห้องน้ำชายของปั๊มน้ำมัน ผู้ใช้งานที่เป็นมนุษย์ส่วนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นออกมา

               “เหวอ! คนตีกัน แจ้งตำรวจเร็ว!!”

               สำหรับมนุษย์ธรรมดา พวกเขาเห็นนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันคนหนึ่งกำลังทำธุระส่วนตัวอยู่ที่โถปัสสาวะ ทว่าอยู่ดี ๆ ก็มีชายร่างกำยำสองคนตามมาประกบหลังซ้ายขวา ก่อนจะชักไม้เบสบอลออกมาแล้วรุมฟาดนักท่องเที่ยวคนนั้น แต่ดูเหมือนเหยื่อจะหลบทันจนโถปัสสาวะถูกทำลายเสียหายแทน พวกเขาไม่กล้าดูเหตุการณ์ต่อเพราะกลัวถูกลูกหลงจึงวิ่งหนีออกมาเพื่อตามตำรวจ

               ตู้ม! โครม! เพล้ง! ตุ้บ! ผั่วะ! ซ่า!!!

               เสียงการต่อสู้ดังอยู่สักพัก น้ำจากท่อที่แตกด้วยเหตุอันใดไม่ทราบไหลนองออกมาถึงข้างนอก จากนั้นหนุ่มเท็กซัสก็ออกจากห้องน้ำมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

               “แมคซี่ฉันเจอไซคลอปส์ในห้องน้ำตั้งสองตัวด้วยล่ะ แต่จัดการมันไปหมดแล้ว เกือบเก็บดีนน้อยเข้ากางเกงรูดซิปไม่ทันแหน่ะ–.. อุ่ย..!”

               ดีนชะงักการฟ้องแฟนทันทีเมื่อเบื้องหน้าของเขาก็มีไซคลอปส์อีกตนยกกระบองชี้หน้าแมคเคนซีอยู่

               เสียงโครมครามในห้องน้ำทำให้รู้สึกกังวลไม่น้อย แต่เมื่อร่างที่ออกจากห้องน้ำตามหลังกลุ่มคนที่แตกฮือคือดีนก็ทำให้โล่งใจแทบจะทันที จะติดก็แค่อสุรกายอีกตนตรงหน้าเขานี่ล่ะ

               “แกฆ่าเพื่อนข้า! เพื่อนแกก็ต้องตายตามไป!”

               เมื่อสูญเสียเพื่อนและตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ไซคลอปส์ตนนั้นก็สติหลุดอย่างเห็นได้ชัด มันเงื้อกระบองขึ้นเตรียมฟาดแมคเคนซีเต็มแรงจนบุตรเทพีแห่งมนตราต้องงัดวิชาป้องกันตัวที่เคยร่ำเรียนตั้งแต่เด็กขึ้นมาใช้ สองแขนของหนุ่มอังกฤษยกขึ้นไขว้กันเพื่อบล็อคอาวุธที่กำลังจะโจมตีลงมา แน่นอนว่าแรงของอสุรกายย่อมมากกว่ามนุษย์ธรรมดาจนเขาเกือบต้านไม่ไหว เมื่อบล็อคและเบี่ยงอาวุธอีกฝ่ายไปด้านข้างให้พ้นทางได้แล้ว แมคเคนซีก็ถือโอกาสแย่งกระบองไฟฟ้านั่นมาแล้วหวดเข้าที่อวัยวะสำคัญของไซคลอปส์ตนนั้นอย่างแรงจนมันล้มลงไปแน่นิ่งกับพื้นทันที

               “ให้ตาย อาวุธนี่อันตรายชะมัด”

               แมคเคนซีมองกระบองที่ยังมีกระแสไฟฟ้าแล่นเปรี๊ยะ ๆ ในมือแล้วโยนทิ้งภายหลังจากที่ร่างใหญ่โตของเจ้าของมันได้สลายเป็นฝุ่นผงกลับทาร์ทารัสไปแล้ว

               “เรารีบกลับไปขึ้นรถกันดีกว่า น่าจะใกล้เวลาออกรถแล้ว”

               “นั่นสิ ถ้าไม่รีบไปมีหวังถูกสอบสวนเรื่องที่ทำห้องน้ำพังแหงม”

               สองหนุ่มเดมิก็อดรีบกลับไปขึ้นรถบัสก็พบว่าชาร์ล็อตกับไฮรี่กลับมานั่งประจำที่ก่อนแล้ว โชคดีที่ทั้งสองยังปลอดภัยอยู่ และผู้คนบนรถก็จดจำถึงการมีอยู่ของผู้โดยสารเบาะหลังสุดทั้งสามคนก่อนหน้านี้ไม่ได้เช่นกัน เมื่อถึงเวลารถบัสก็เริ่มออกเดินทางต่อ สวนทางกับรถตำรวจที่เพิ่งมาถึงสถานที่เกิดเหตุพอดีเป๊ะเหมือนในตอนจบของซีรี่ย์ทุนต่ำและพวกเขาก็คงงงว่าทำไมถึงแจ้งตำรวจแทนที่จะแจ้งช่างประปา

               รถบัสโดยสารวิ่งต่อไปยังถนนสายหลักเพียงสองชั่วโมงก็เดินทางถึงด่านชายแดนกัวเตมาลา-เม็กซิโก เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัดหลังจากทำงานหนักมาทั้งวัน การอนุญาตผ่านทางจึงหละหลวมเป็นอย่างมาก แต่ก็โทษพวกเขาไม่ได้เพราะคงทำหน้าที่ดีที่สุดในฐานะข้าราชการเช้าชามเย็นชามแล้ว แถมผู้ลักลอบเข้าเมืองสี่คนนี้ใช้วิธีการปกติเสียที่ไหน หากไม่ใช่เดมิก็อดด้วยกันก็ไม่มีใครดูออกหรอกว่าพวกเขาต้องใช้ทักษะควบคุมหมอกและใช้คทาลวงใจสร้างข้อมูลเท็จกันคนละกี่รอบ

               เมื่อผ่านด่านตรวจได้แล้ว สี่เดมิก็อดก็แวะรับประทานมื้อเย็นก่อนจะขึ้นรถบัสคันเดิมมุ่งตรงสู่เมืองทาปาชูลาซึ่งใช้เวลาเดินทางนานถึงสี่ชั่วโมง กว่าจะถึงที่หมายพวกเขาก็หลับกันไปก่อนแล้ว

               .
               .
               .

               โครม!!

               แรงสั่นสะเทือนจากด้านข้างของรถบัสทำให้ผู้โดยสารทุกคนสะดุ้งตื่น ขณะนี้พวกเขาไม่รู้ว่าเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นทว่ารถบัสที่วิ่งมาด้วยความเร็วตามกฎหมายกำหนดหมุนคว้างอยู่กลางถนนอันเงียบสงัดยามยี่สิบสามนาฬิกาเมื่อถูกชนจนเกือบพลิกคว่ำ หลายคนกรีดร้องอย่างเสียขวัญด้วยอุบัติเหตุที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน

               “ว้ากกก ไม่นะฉันยังไม่อยากตาย!!”

               หนึ่งในคนที่แหกปากคือดีน เขากอดแมคเคนซีที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แน่น มือกอดป้องกันศีรษะของคนรักไว้ไม่ให้ได้รับบาดเจ็บแม้มือของตัวเองกระแทกกับกระจกหน้าต่างจนห้อเลือดไปหมด

               รถบัสหยุดหมุน แต่คราวนี้ถูกกระแทกจากท้ายรถจนสะเทือนไปอีกทาง

               “โว้ยยย ไอ้บ้านั่นมันขับรถอะไรของมันวะ เป็นบ้าไปแล้วหรือไง!?!”

               คนขับรถบัสโวยวายเสียงดังหลังจากที่หยุดรถลงได้ การที่เขายังสามารถควบคุมรถไว้ได้ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้แสดงให้เห็นว่าโชเฟอร์เป็นมือขับชั้นเซียนแค่ไหน แต่กระนั้นเขาก็ไม่สามารถรับมือกับคนบ้าที่ขับรถตามไล่จี้ได้

               “ว้ายยย พี่ไฮรี่เลือดออก”

               เสียงกรีดร้องของชาร์ล็อตดังมาจากแถวหน้าเมื่อเห็นว่าบุตรเฮอร์มาโฟรไดตัสที่นั่งข้าง ๆ เลือดออกตรงหัวคิ้วจากการใส่แว่นกันแดดนอนงีบแล้วกระแทกกับกระจกตอนที่ถูกรถชนเมื่อกี้

               ทว่าท่าทีของบุตรสองเพศกลับไม่ได้ใส่ใจอาการบาดเจ็บของตัวเองอย่างที่ควรจะเป็น

               “วัว! มีวัวกำลังชนรถของพวกเรา!?” เขาร้องบอก ทว่าผู้โดยสารคนอื่นไม่ได้มองเห็นเป็นเช่นนั้น

               “วัว… เดี๋ยวนะ อสุรกายงั้นเหรอ!?”

               รถหยุดลงแล้วแต่ผู้โดยสารในรถต่างยังคงเลิ่กลั่กไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีกับสถานการณ์ในตอนนี้ จะให้ลงไปกลางคันก็ไม่รู้ว่าคนขับรถคลั่ง (ในสายตาพวกเขา) คันนั้นจะวิ่งไล่ชนพวกเขาเข้าหรือเปล่า

               แมคเคนซีที่สติสตังกลับมาจนเกือบเต็มร้อยสะบัดศีรษะไล่ความง่วงงุน เขามองดีนที่กอดเขาไว้ซ้ำยังใช้มือรองศีรษะของตนให้ไม่ไปกระแทกเข้ากับส่วนหนึ่งส่วนใดของรถแล้วจับมือข้างที่ระบมของอีกฝ่ายมากุมไว้ก่อนหันมองออกไปนอกกระจก

               “ฉันว่าใช่ เราเจอมอนสเตอร์อีกตัวแล้ว”

               รถกระบะคันเขื่องที่ผู้คนเห็นตอนนี้กลับกลายมาเป็นวัวตัวใหญ่ที่ร่างกายเหมือนถูกสร้างขึ้นจากโลหะ และตอนนี้มันก็กำลังวิ่งมายังฝั่งที่พวกเขานั่งอยู่ราวกับล่วงรู้ถึงตัวตนของสายเลือดครึ่งเทพทั้งสี่

               “เอายังไงดี พวกเราควรลงไปจัดการก่อนที่มันจะคว่ำรถหรือเปล่า”

               แมคเคนซีหันมาถามคนในทีม ซึ่งก็เหมือนเพียงแค่ถามแต่ตัวพร้อมลงไปฟัดกับเจ้าวัวคลั่งนั่นแล้ว

               “คงต้องแบบนั้นแล้ว ไม่งั้นอันตรายกว่าเก่าแน่-....”

               พูดยังไม่ทันขาดคำก็เห็นว่าวัวเหล็กคลั่งตาเรืองแสงเป็นสีเพลิง อุณหภูมิโดยรอบค่อย ๆ พุ่งสูงขึ้นก่อนที่มันจะพ่นเพลิงร้อนออกมาจากทางรูจมูก

               “ว้ายยยย รถระเบิด!”

               เสียงผู้โดยสารหญิงกรีดร้องจากนั้นเหล่าผู้คนก็รีบวิ่งออกจากรถหนีตายกันจ้าละหวั่นไม่เว้นแม้แต่กระทั่งคนขับรถบัสผู้มากฝีมือ วัยรุ่นบางคนห่วงคอนเทนต์หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายวีดีโอภาพเหตุการณ์ (แต่ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ากล้องจะบันทึกภาพได้อย่างไร) กลายเป็นความโกลาหลขนาดย่อมบนถนนอันเงียบสงัดก่อนเข้าสู่ตัวเมืองทาปาชูลาเพียงไม่กี่ร้อยเมตร

               แต่ท่ามกลางความชุลมุนนี้กลายเป็นงานง่ายที่เหล่าเดมิก็อดจะกำจัดอสุรกายซึ่งถูกประดิษฐ์ด้วยฝีมือเทพ พวกเขาลงมาจากรถบัส ชาร์ล็อตร่ายมนตร์สร้างหมอกบังตาทันทีอย่างรู้งานเหมือนกับหลาย ๆ ครั้งที่ต้องต่อสู้ท่ามกลางฝูงชน

               “ถึงรถจะยังไม่ระเบิดแต่ถ้าเจ้าวัวนั่นพ่นไฟมาอีกมีหวังได้ระเบิดจริงแน่ ฉันจะควบคุมน้ำสแตนบายดับไฟไว้ก่อน ที่เหลือฝากพวกนายจัดการด้วยนะ”

               “ได้! ไฮรี่จะจัดการเอง!”

               กล่าวจบบุตรแห่งเฮอร์มาโฟรไดตัสก็ชักดาบและโล่ออกมา เหนือคิ้วของเขามีพลาสเตอร์ยาสีชมพูลายตัวการ์ตูนหวานแหววแปะอยู่ คาดว่าก่อนหน้านี้ในเวลาไม่กี่นาทีชาร์ล็อตได้ช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้แล้วด้วยวิธีการปกติ เขาวิ่งซัดดาบใส่ข้อต่อของวัวโคลคีสทว่าดาบโลหะสัมฤทธิ์ฟันแทงไม่เข้าเลยแม้แต่น้อย การต่อสู้ระยะประชิดดูเหมือนไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง ไหนจะต้องรับมือกับลูกไฟที่พ่นออกมาเป็นช่วง ๆ อีก

               “อุ้ก…”

               นอกจากดาบสัมฤทธิ์จะไม่ทำให้เจ้าวัวตนนี้ระคายผิวแล้ว ดูเหมือนมันจะรำคาญไฮรี่ที่คอยเอาดาบมาสะกิดมันอยู่ไม่น้อย สุดท้ายบุตรเฮอร์มาโฟรไดตัสจึงถูกขาอันทรงพลังเตะเข้าไปทีนึงจนตัวลอยกระเด็นออกมา ยังดีที่แมคเคนซีรับเขาเอาไว้จากด้านหลังได้ทัน

               “ไหวหรือเปล่าไฮรี่”

               “ไฮรี่ไหว ไฮรี่สู้ ๆ แต่แมคระวังนะ วัวตัวร้อนมากเลย”

               เมื่อกลับมายืนทรงตัวดี ๆ ได้ไฮรี่ก็พยักหน้าหงึกหงัก ยิ่งได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาจากเพื่อนร่วมทีมแล้ว แมคเคนซีที่เตรียมจะใช้เวทไฟยิงก็เป็นอันต้องพับแผนนี้เก็บไปก่อน วัวนี่นอกจากจะสร้างจากโลหะแล้วยังทนความร้อนได้ด้วย การใช้ไฟจัดการคงไม่ได้ผลเหมือนอสุรกายตนอื่น ๆ

               “ฟู่วววว”

               วัวโคลคีสหายใจดังฟืดฟาด ไอควันที่ออกมาจากจมูกกลายเป็นเปลวเพลิงในเวลาต่อมา มันกำลังขยับเท้าหน้าข้างหนึ่งไปมาอยู่กับที่เหมือนวัวกระทิงที่กำลังจะพุ่งชนเป้าหมายไม่มีผิด

               “ไฮรี่นายช่วยอะไรฉันหน่อย”

               แมคเคนซีกุมไหล่เพื่อนร่วมทีมที่ยืนอยู่ด้านหน้าไว้ แน่นอนว่าหนุ่มเฮอร์มาโฟรไดตัสยังคงพยักหน้ารับอย่างแข็งขันเหมือนทุกครั้ง

               “ได้! ได้เลย แมคให้ไฮรี่ช่วยอะไร”

               “ช่วยยืนเป็นเป้าให้วัวนั่นหน่อย”

               “ด้ายยยย—— เดี๋ยวน้าาา แมคล้อไฮรี่เล่นป่าว ไฮรี่กลัว”

               ไฮรี่หันมามองแมคเคนซีหน้าตาตื่น แต่ก็พบกับใบหน้าจริงจังของแมคเคนซีที่แม้แต่คนสติไม่เต็มมองก็รู้ว่าไม่ได้พูดเล่น

               “นายจะไม่เป็นไรไฮรี่ ยกโล่นั่นขึ้นมาบังตัวนายไว้ แล้วยืนกางขาออกกว้าง ๆ นอกนั้นฉันจัดการเอง”

               “แมคเอาจริงนะ?”

               ไฮรี่ยังคงมีทีท่ากล้า ๆ กลัว ๆ บอกตรง ๆ ว่าให้เขาวิ่งเข้าสู้ยังดีกว่าให้ยืนเป็นเป้านิ่งเสียอีก แต่พอบุตรแห่งเฮคาทีเพียงแค่พยักหน้าให้อีกครั้งจึงเข้าใจได้ทันทีว่าตนเองคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ซะแล้ว

               โล่โรมันสีแดงเลือดหมูถูกยกขึ้นเพื่อกำบังร่างเจ้าของ ไม่รู้ว่าสีนั้นไปเตะตาวัวโคลคีสเข้าหรือเปล่า มันจึงเปลี่ยนทิศทางจากดีนกับชาร์ล็อตมาเป็นไฮรี่แทน วัวโลหะย่ำเท้าหน้าข้างหนึ่งครูดไปมากับพื้นอีกครั้ง จากนั้นก็ไม่รอช้ารีบวิ่งพุ่งตรงมายังหนุ่มร่างบางทันที

               แมคเคนซีที่อยู่ด้านหลังไฮรี่ซึ่งกะจังหวะไว้อย่างดีก็ออกวิ่งเช่นกัน เมื่อได้ระยะที่เหมาะสมเขาก็ย่อตัวลงต่ำพร้อมกับสไลด์ร่างตัวเองกับพื้นไปด้านหน้าลอดผ่านหว่างขาของไฮรี่ไป จากนั้นก็เรียกหอกทองคำจักรพรรดิออกมา แทงเข้าช่องว่างระหว่างคอทะลุหัวของวัวโคลคีสที่วิ่งมาจนเกือบถึงตัวไฮรี่ในอีกเสี้ยววิจนมันหน้าเชิดขึ้นพร้อมกับกรีดร้องโหยหวน ดวงตาเรืองแสงสีแดงเพลิงดับวูบลง ร่างทั้งร่างสลายกลายเป็นฝุ่นละอองสีทองไปพร้อมกับหอกที่ถูกอัญเชิญมา

               “ว..วัวหายไปแล้ว! หายไปไหนอะ อ้าว แมค…ไปนอนทำไรตรงนั้น”

               ไฮรี่ลดโล่ลงแล้วมองซ้ายมองขวาหาอสุรกายที่กำลังโจมตีพวกเขาจนถึงเมื่อครู่ แต่ก็ไม่พบอะไรนอกจากแมคเคนซีที่นอนหายใจหอบอยู่ตรงหน้า

               “นอนเล่นมั้ง ให้ตายสิ อา…..”

               แมคเคนซีตอบเสียงอ่อน ดวงตาสีฮาเซลมองท้องฟ้าตรงหน้าพลางกลอกวนเป็นวงกลมไปรอบถ้วนกับการกระทำอันบ้าดีเดือดของตนเองเมื่อครู่ นึกว่าขากลับจะได้เดินทางกลับกันแบบสบาย ๆ เสียอีก ยังต้องมาสู้รบกับอสุรกายรายทางอีกงั้นเรอะ เจ้าพวกนี้จะไม่ปล่อยให้พวกเขาได้พักบ้างเลยหรือไง

               .
               .
               .

               หลังจากที่หมอกและควันแห่งความวุ่นวายจบลง เดมิก็อดทั้งสี่ก็เดินเท้าเข้าสู่เมืองทาปาชาลา เมืองใหญ่ทางตอนใต้ของรัฐเชียปัสซึ่งถือเป็นประตูต้อนรับสู่เม็กซิโกอย่างแท้จริง ไอร้อนชื้นและกลิ่นของยางมะตอยลอยขึ้นเตะจมูกเมื่อแสงแดดแผดเผาโลกาตลอดยี่สิบสี่ขั่วโมงมานานหลายเดือน

               วันนี้เป็นวันแสนเหนื่อยทั้งต้องตื่นแต่เช้าขึ้นมาเที่ยวครึ่งวัน ใช้ชีวิตบนรถบัสร่วมสิบชั่วโมง ต่อสู้กับอสุรกายสองครั้งในสถานการณ์เสี่ยงตายไม่แพ้ภารกิจเดินทาง เป็นการตอกย้ำว่าโลกภายนอกไม่มีที่ใดปลอดภัยสำหรับเดมิก็อด ไหนจะต้องมาเดินหาที่พักกลางดึกอันเงียบสงัดอีก

               โชคดีในตอนนี้มีเพียงไม่กี่อย่าง อย่างแรกพวกเขามีแหวนวิเศษที่เก็บสัมภาระทั้งหมดลงไปในนั้นจึงไม่มีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เกะกะขวางทาง แต่ละคนจึงแค่สะพายกระเป๋าคาดอกคาดเอวใส่ของใช้ส่วนตัวบางอย่างที่นำออกมาใช้บ่อย อย่างเช่น กระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือ โชคดีอย่างที่สองที่เพิ่งกล่าวถึงไปแหมบ ๆ ก็คือสมาร์ทโฟนเดดาลัสและเทคโนโลยีแผนที่ผ่านดาวเทียมที่ช่วยให้พวกเขาหาที่พักได้รวดเร็วทันใจโดยไม่ต้องสุ่มหามั่ว ๆ

               แต่ที่พักที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงจะมีที่ไหนได้บ้างล่ะถ้าไม่ใช่ ‘เลิฟโฮเตล’ ดีนกับแมคเคนซีน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ชาร์ล็อตกับไฮรี่นี่สิ… แต่หากไม่เอาโรงแรมนี้ต้องเดินไปอีกสองกิโลเมตรกว่าจะถึงเกสต์เฮาส์ที่ใกล้ที่สุด แค่ที่ซุกหัวนอนคืนเดียวคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

               และด้วยความเหนื่อย พอหัวถึงหมอนเดมิก็อดทั้งสี่ก็แทบจะสลบไปทันทีและนอนยาวไปจนถึงเช้า สิ่งเดียวที่จะปลุกให้ตื่นขึ้นมากลางดึกได้คือ…

               ‘ปวดฉี่…’

               บุตรแห่งโพไซดอนลุกขึ้นมานั่งด้วยดวงตาที่ยังไม่เปิดสนิท เมื่อมองไปข้าง ๆ ยังเห็นว่าแมคเคนซีหลับสนิทดีอยู่ เขาเอื้อมมือควานหาแว่นที่หัวเตียงมาใส่ทว่ามือกลับสัมผัสถึงบางสิ่งที่มีลักษณะรูปทรงสี่เหลี่ยมเหมือนกล่อง บางทีอาจจะเป็นสิ่งนั้นที่พวกเขาทั้งสองมักจะใช้กันก่อนนอน…

               ‘กล่องคอนด้อมเหรอ’

               แต่จะใช่ได้ยังในเมื่อเมื่อคืนไม่ได้มีกิจกรรมกระชับมิตรก่อนนอนเป็นกรณีพิเศษ—... ดีนหยิบกล่องนั้นขึ้นมาดู

               ‘เหมือนจะมีรูปคนแปะอยู่ด้วยแฮะ’

               แต่ทั้งหมดเป็นเพียงภาพเลือนลางเมื่อมองผ่านจากคนสายตาสั้นไม่ได้ใส่แว่นแถมยังเมาขี้ตา เขาวางมันลงก่อนจะหาแว่นมาใส่ใหม่ เดินเข้าห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัวให้เสร็จแล้วกลับมานอนต่อ เก็บพลังไว้สำหรับการเดินทางในเช้าวันรุ่งขึ้นซึ่งอาจจะเป็นวันที่หนักหน่วงอีกหนึ่งวัน…


รับรางวัล เหรียญอะพอลโล่ 1 เหรียญ
@Mackenzie จะตอบต่อที่กระทู้เม็กซิโก
รางวัลพิชิตอสุรกาย [LUK 120+]
ไซคลอปส์ [1] [2] [3]
แก่นวิญญาณไซคลอปส์ 1 ea
ตาไซคลอปส์ 2 ea
วัวโคลคีส [4]
ฟันเฟือง 2 ea
Mackenzie ตื่นรู้ +2 จากการพิชิตครั้งแรก

แสดงความคิดเห็น

ดี: 5.0
God
ดี: 5
  โพสต์ 2025-12-8 00:57
โพสต์ 87525 ไบต์และได้รับ 12 EXP!  โพสต์ 2025-12-8 00:53
โพสต์ 87,525 ไบต์และได้รับ +25 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +55 ความศรัทธา จาก น้ำมันหอมกลิ่นสุริยะ  โพสต์ 2025-12-8 00:53
โพสต์ 87,525 ไบต์และได้รับ +9 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +8 ความกล้า จาก กางเกงเดินป่า  โพสต์ 2025-12-8 00:53
โพสต์ 87,525 ไบต์และได้รับ +7 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ จาก Anker PowerCore  โพสต์ 2025-12-8 00:53
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Midnight Styx
น้ำมันหอมกลิ่นสุริยะ
กางเกงเดินป่า
Anker PowerCore
หมวกคอรินเธียน
เข็มทิศมหาสมุทร
สื่อสารใต้น้ำ
เซ็นเชอร์น้ำ
เข็มกลัดโพไซดอน
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
กุหลาบสีน้ำเงินทอง
โล่อัสพิสขัดเกลา
หนังสือรับรองไครอน
สร้อยข้อมืออัจฉริยะ
แจ๊กเก็ตยีนส์
แว่นตา
ตรีศูลน้อย
นาฬิกาสปอร์ต
ควบคุมน้ำ
ภูมิคุ้มกันพิษ
ภูมิคุ้มกันเปียก
ทักษะหอก
สายน้ำเยียวยา
สื่อสารกับสัตว์ทะเล&ม้า
รองเท้าเซฟตี้
หายใจใต้น้ำ
โรคสมาธิสั้น
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x30
x1
x1
x1
x1
x1
x5
x2
x2
x1
x3
x1
x1
x1
x2
x9
x5
x4
x7
x1
x4
x1
x3
x11
x6
x1
x1
x1
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้