#RIPS01 {
border: 0px double ;
width: 800px;
box-shadow: #FFFFFF 1px 1px 1em;
background-image: url("https://img2.pic.in.th/pic/f25a4e8ff181d79718c5abdd2ed2e4a3c100365011933-ZMDY1F_fw658webp.png");
}
</style>
<style>
#RIPS02 {
width: 75%;
border: 0px solid ;
box-shadow: #FFFFFF 2px 2px 1em;
background-image: url("https://i.imgur.com/Rti02oX.png");}
</style>
<style>
#RIPS03 {
width: 63%;
border: 0px solid ;
padding: 50px;
box-shadow: #FFFFFF 2px 2px 1em;
background-image: url("https://i.imgur.com/Rti02oX.png");}
</style>
<div align="center">
<div id="RIPS01">
<br><br>
<div id="RIPS02">
<div style="height: 400px; background-image: url('https://i.imgur.com/qCski30.png');
background-repeat: no-repeat;
background-size: cover;"></div>
<div style="margin-top: -250px; margin-right: -150px; text-align: right;">
<img height="500" src="https://i.imgur.com/Kke3enc.png" border="0" alt=""></div>
<br>
<div style="margin-top: -600px; text-align: center;">
<img width="600" src="https://img2.pic.in.th/pic/a8bbb7fc2cffd96a10b216e5f77bbe88.png" border="0" alt=""></div>
<div align="center">
<font face="TH SarabunPSK">
<b>
<span style="text-shadow: #345DA7 0px 0px 0.7px, #345DA7 0px 0px 25px, #345DA7 0px 0px 10px;">
<font color="#ffffff" size="7"> White Swan in The Ocean<br><br> Special Training with BRO 8/10</font><br>
<font color="#ffffff" size="5">26th July 2025 8 AM - 12 PM</font>
</span>
</b>
</font></div>
<br><br>
<div style="text-align: left; display: block; width: 80%;">
<font color="#ffffff" face="TH SarabunPSK" size="5">
ริปลีย์ตื่นมาอีกทีก็พบว่าตอนนี้เจโรมได้เก็บสินสงครามใส่กระเป๋าให้เธอและเตรียมดึงสมอเรือเพื่อเริ่มออกเดินทางกลับค่ายเสียทีร่างเล็กของธิดาโพไซดอนค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้นด้วยความง่วงงุนยังคงค้างพอควรในคราแรกก็รู้สึกว่าทุกอย่างมันเดินทางได้ราบเรียบ พวกเธอเดินทางตรงออกมาจากใจกลางมหาสมุทรแอตแลนติกจนเกือบจะพ้นเขตน้ำลึกอยู่รอมร่อทว่าไม่นานเท่านั้นที่รู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
<br><br>
<i>ทะเลนิ่งผิดปกติ...ทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่ยังมีลมคลื่นพัดผ่าน แต่ในตอนนี้ —
<br><br>
สายน้ำใต้ท้องเรือกลับหยุดนิ่ง ราวกับโลกกำลังกลั้นหายใจ</i>
<br><br>
<font color="SandyBrown">“เงียบเกินไป...”</font> เจโรมเอ่ยเบา ๆ ดวงตาเขากวาดมองขอบฟ้ารอบทิศ ริปลีย์ที่นั่งอยู่กับพื้นก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นหยิบหอกสตรอมบริงเกอร์ขึ้นมากระชับในมือร่างกายรู้สึกได้ถึงแรงดึงบางอย่างจากเบื้องล่างและเรือก็เริ่มเคลื่อนตัวโดยที่ไม่ได้แตะมอเตอร์อะไรทั้งนั้น
<br><br>
<b><i>ฟวู่มมม—!!</i></b>
<br><br>
เสียงคล้ายการดูดน้ำจากมหาสมุทรดังขึ้นข้างเรือ พื้นน้ำถัดออกไปไม่ไกลกำลังก่อตัวเป็น น้ำวนขนาดยักษ์ หมุนวนรุนแรงพอจะกลืนเรือทั้งลำลงไปในพริบตาและเรือของเธอไม่อยู่ไม่ไกลจากมันมากย่อมไม่ใช่ข้อยกเว้นเรือโคลงเคลงและกำลังไหลเข้าไปใกล้น้ำวน
<br><br>
เจโรมผู้เป็นรุ่นพี่จำต้องรับผิดชอบชีวิตของน้องสาวที่พ่วงกำแหน่งลูกศิษย์พิเศษ เขารีบใช้พลังเรียก คลื่นสวนกระแสบังคับไม่ให้เรือไหลไปตามแรงของน้ำวนยักษ์ แต่ทันใดนั้น...
<br><br>
เงาดำขนาดใหญ่ปรากฏกลางใจน้ำวนพร้อมเสียงคำรามกึกก้องที่ดังกว่าเสียงฟ้าผ่าใต้น้ำ
<br><br>
<font color="Red"> "สายเลือดโพไซดอน"</font>
<br><br>
ร่างยักษ์มหึมาทะยานขึ้นจากใจกลางน้ำวน ท่อนบนเป็นฉลามขาวขนาดเท่าช้าง หัวกว้างเต็มไปด้วยฟันแหลมราวใบมีด ท่อนล่างเป็นหนวดหมึกมหึมานับสิบเส้น ฟาดลงบนผิวน้ำรอบตัว ปล่อยแรงสั่นสะเทือนเป็นวง ดวงตาของมันไม่มีม่านตา — มีเพียงความดำมืดดุจหุบเหวและขากรรไกรที่ขยับไม่หยุดราวกับหิวกระหายสิ่งมีชีวิตทุกชนิด
<br><br>
<font color="SandyBrown">“ลูซก้า—”</font>
<br><br>
เสียงของเจโรมเรียกชื่อของสิ่งนั้นทำเอาดวงตากลมของริปลีย์เบิกกว้างลูซก้าที่เขาว่าคือศัตรูคู่แค้นที่เป็นสาเหตุให้บุตรธิดาแห่งโพไซดอนหายสาปสูญลงท้องมันไปแล้วนักต่อนักและดูเหมือนว่าพวกเธอจะเป็นรายต่อไปหรือไม่
<br><br>
<i> ไม่—เธอไม่ยอมมาตายอะไรตรงนี้หรอก</i>
<br><br>
ลูซก้าเริ่ม ดูดน้ำทะเลเข้าปาก แรงดูดนั้นรุนแรงพอจะดึงทุกสิ่งเข้าไปหามันได้ ริปลีย์เกาะเสากระโดงไว้สุดแรง เธอใช้ “ฟองอากาศแห่งชีวิต” สร้างฟองกันแรงดูดรอบตัวเจโรม
<br><br>
<font color="SandyBrown">“ฉันจะดึงความสนใจมันไว้—เธอลงมาทีหลัง!”</font>
<br><br>
เจโรมกระโดดลงไปยังท้องทะเลที่มืดมิดแม้ว่านี่จะเป็นทางเลือกที่อันตรายต่อการรักษาชีวิตแต่สำหรับสายเลือกของท้องทะเล มันเองก็ไม่ต่างจากพลังของพวกเธอเหมือนกัน
<br><br>
<font color="MediumTurquoise">“ก็มาดูกันว่าจริง ๆ แล้วทะเลอยู่ข้างใคร”</font>
<br><br>
ริปลีย์กระโดดลงไปใต้น้ำทันที ณ ใต้ผิวน้ำมหาสมุทร ความมืดที่ลึกอับแสง ลูซก้าหายตัวในเงาใต้น้ำ — พรางตัวกลืนไปกับสภาพแวดล้อม
<br><br>
ทันใดนั้น หนวดเส้นหนึ่งพุ่งออกจากเงามืด ฟาดใส่เจโรมกระเด็นไป ริปลีย์ที่กระโดดตามลงน้ำ ใช้ “เซนเชอร์น้ำ” เพื่อหาตำแหน่งของมันในเงามืด
<br><br>
<i><font color="MediumTurquoise">...เจอแล้ว!</font></i>
<br><br>
กายเล็กควบคุมน้ำส่งกระแสน้ำเร่งให้เธอพุ่งเข้าไปแทงหอกไปยังจุดที่มีการบิดตัวของกระแสน้ำ — ทะลุเงาทะเลที่บิดพริ้วจนร่างของลูซก้าโผล่พ้นม่านพรางและคำรามลั่นด้วยความเจ็บใจ
<br><br>
เจโรมที่ตั้งหลักได้เร่งใช้พลังคลื่นสร้าง “มวลน้ำหมุนสวนทิศ” ใต้น้ำ ทำให้มันหยุดหมุนริปลีย์ล่อมันให้พุ่งตามเธอไปยัง แอ่งน้ำตื้นใกล้แนวโขดหินใต้ทะเล
<br><br>
เพื่อให้ลูซก้าขยับได้ช้าในที่ตื้น
<br><br>
<font color="SandyBrown">“ตอนนี้แหละ ริปลีย์!”</font> เจโรมสื่อข้อความจากการสื่อสารของใต้ทะเล
<br><br>
น้องสาวของเขาไม่รอช้าหันกลับไปแทงหอกยาวตรงเข้าสู่ เหงือกหลังกราม ของลูซก้า – แสงสีเทอร์ควอยซ์ระเบิดออกจากรอยแทง ลูซก้ากรีดร้อง ทะยานขึ้นเหนือน้ำอีกครั้ง ก่อนร่างจะระเบิดเป็นละอองน้ำและหมึกดำ เสียงคำรามสุดท้ายสลายกลืนกลับสู่ความเงียบของทะเลลึก
<br><br>
สองพี่น้องเจกับริปค่อย ๆ ว่ายน้ำขึ้นเรืออีกครั้งคราวนี้การที่ตองเจอกับระดับลูซก้าทำให้พลังงานของทั้งสองนั้นหมดสิ้นไปจนไม่อาจขยับกายได้อีกแล้ว
<br><br>
<font color="SandyBrown">“...โหดกว่าวาฬสามตัวรวมกันอีก”</font>
<br><br>
<font color="MediumTurquoise">“ดีนะที่มันช้าลงไม่งั้นคงกลายเป็นอาหารเช้าของมันไปแล้ว”</font>
<br><br>
มีเพียงเสียงหัวเราะหลังอาการหอบหายใจดังขึ้นกำปั้นน้อย ๆ ยกขึ้นชนกำปั้นของร่างสูงเป็นการชนมือที่รู้สึกดีมากที่สุดก็ว่าได้ประสบการณ์ที่เธอได้จากตรงนี้คงทำให้เธอไม่ลืมอีกยาวนานเชียว
<br><br>
ดีนะที่ตรงนี้เป็นแอตแลติกเธอคราเคนขึ้นมาเธอคงทำได้แค่มอบตัวเป็นอาหารมื้ออร่อยสุดจุ๊ยซี่ให้มันเชียว
<br><br>
<font color="MediumTurquoise">“หิวแล้วอ่ะกินอะไรดี”</font> น้องสาวเอ่ยขึ้นมาก่อนจะลุกขึ้นนั่งเพื่อมองดูว่าเสบียงในตัวมีอะไรบ้าง
<br><br>
<font color="SandyBrown">“พักก่อนก็แล้วกัน”</font>
<br><br>
ทั้งสองได้ใช้เวลาร่วมกันผ่านการกินข้าวมื้ออร่อยที่ไม่ได้อร่อยจนร้องไห้อะไรขนาดนั้นด้วยข้อจำกัดอย่างการที่ต้องเน้นเสบียงกินง่าย อยู่ท้อง และไม่เสียง่าย
<br><br>
ก็ที่นี่เป็นกลางทะเลนี่นา
<br><br>
หลังจากโซ้ยมื้อเช้าที่น่าจะพ่วงมาเป็นมื้อเที่ยงด้วยแล้วนั้นร่างเล็กก็เดินไปนั่งข้าง ๆ เจโรมผู้เป็นพี่ชายในบ้านเดียวกันมือเล็กยื่นหนังสือนิตยสารที่เธอชอบอ่ายเพราะหาอะไรทำฆ่าเวลาจากการไม่มีมือถือเจโรมเองจริง ๆ ก็มีมือถือนะ แต่ว่าไหน ๆ น้องสาวยื่นให้ขนาดนี้แล้วจะไม่รับมาก็กระไรอยู่เลยได้ย้อนวัยกลับไปอ่านอะไรที่เป็นกระดาษสักหน่อย
<br><br>
<font color="SandyBrown">“ขอบใจ”</font>
<br><br>
<font color="MediumTurquoise">“อือฮึ”</font>
<br><br>
ริปลีย์เปิดนิตยสารมาอ่านข่าวภายในค่ายเพื่ออัพเดตจากตอนนั้นที่อ่านถึงข่าวของตัวเองก็โยนทิ้งทันที—แถมไม่ดูตาม้าตาเรือทิ้งไปลงเตาไฟบูชาเสียด้วย…
<br><br>
<font color="SandyBrown">“โอ้โหไอหนุ่มนั่นคุ้น ๆ นะริปลีย์ คนคุ้นเคยไม่เบา”</font>
<br><br>
<font color="MediumTurquoise">“อย่าคิดอะไรไร้สาระน่าเจโรมไม่มีอะไรทั้งนั้นใส่สีตีไข่สุด ๆ ”</font>
<br><br>
<font color="SandyBrown"> “อือฮึ ได้ ๆ ไม่มีก็ไม่มี”</font>
<br><br>
แต่ใบหน้ากลับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนน่าหมั่นไส้หงส์ขาวตัวน้อยแห่งเคบินที่สามเลือกที่จะไม่สนใจแล้วอ่านนิตยสารในมือของเธอดีกว่า
<br><br>
<font color="Silver"><i>‘<b>ลั่นฟ้าผ่ารูปหัวใจ! ซุสจีบสาวคนใหม่ในเท็กซัส! ปาฏิหาริย์แห่งรักเหนือนครออสติน!</b>
<br>
เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา เหนือท้องฟ้านครออสติน #รัฐเท็กซัส #สหรัฐอเมริกา ได้เกิดปรากฏการณ์อันน่าอัศจรรย์ใจที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกต้องตกตะลึง! นั่นคือ ฟ้าผ่ารูปหัวใจ! ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งหนึ่งในชีวิต และดูเหมือนว่า... จอมเทพซุสของเราจะทรงสร้างปาฏิหาริย์นี้ขึ้นมาเพื่อ "จีบสาวคนใหม่" ในเท็กซัสสำเร็จแล้ว!
<br>
จากภาพที่เฮอร์มีสได้รับมา สายฟ้าสีม่วงอมขาวสว่างเจิดจ้าได้ผ่าลงมาเหนือผืนฟ้าที่มืดมิด ก่อตัวเป็นรูปหัวใจที่ชัดเจนและสมบูรณ์แบบ แสงสว่างนั้นสาดส่องลงไปยังแสงไฟระยิบระยับของเมืองออสติน สร้างความตื่นตะลึงและสร้างบรรยากาศแห่งความรักที่เปี่ยมล้น
<br>
นี่ไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติธรรมดาๆ! หากแต่เป็นสัญญาณอันชัดเจนจากองค์จอมเทพซุส! ผู้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้และมีเสน่ห์ต่อเหล่าเทพีและมนุษย์! การที่สายฟ้าอันเป็นอาวุธคู่กายของพระองค์ปรากฏเป็นรูปหัวใจเช่นนี้ ย่อมเป็นสัญลักษณ์แห่งการเกี้ยวพาราสีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!
<br><br>
วิเคราะห์จากเฮอร์มีส:
<br>
ใครกันนะคือสาวผู้โชคดีคนนั้น ที่ทำให้จอมเทพซุสถึงกับต้องยอมลงทุนสร้างปรากฏการณ์ระดับโลกเพื่อแสดงความรักถึงเพียงนี้!? เธอผู้นั้นจะต้องมีความพิเศษและมีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างหาตัวจับยากเป็นแน่!
<br>
เรื่องนี้ทำให้เฮอร์มีสถึงกับต้องตื่นเต้นและอยากรู้เรื่องราวความรักครั้งใหม่ของจอมเทพซุสเลยทีเดียว! ฟ้าผ่ารูปหัวใจนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานรักบทใหม่แห่งโอลิมปัสหรือไม่?
<br><br>
#ซุสจีบสาว #ฟ้าผ่ารูปหัวใจ #ตำนานรักบทใหม่ #ออสติน #เท็กซัส
<br><br>
เฮอร์มีสขอตัวไปสืบสาวราวเรื่องว่าใครคือสาวผู้โชคดีคนนั้น แล้วจะนำข่าวดีๆ มาฝากทุกคนอีกแน่นอน! บ๊ายบาย!’</i></font>
<br><br>
<font color="MediumTurquoise">“อีกแล้วหรอ ?”</font>ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อยก่อนที่จะกลับเป็นสภาพเดิมเธอรู้สึกว่าสำหรับอาคนนี้การที่เขาจะเจ้าชู้ไปทั่วกลายเป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจได้ยากที่ปลงตกไปแล้ว
<br><br>
<i>อย่าว่าแต่เขาเลย โพไซดอนพ่อเธอก็ผลิตพี่น้องให้เธอมากมายนัก</i>
<br><br>
ริปลีย์เลือกที่จะส่ายหัวไปมาเบาๆแล้วอ่านเรื่องอื่นต่อดีกว่า
<br><br>
<font color="Silver"><i>‘<b>เปิดโปงความลับ! แอ็คเซล มิโคโลซอฟ และ โนอาห์ วอลเตอร์: สถานะ "เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ" เคมีพุ่งทะลุปรอท!</b>
<br><
หลังจากที่เฮอร์มีสผู้นี้เฝ้าติดตามมานาน ในที่สุดก็มีมูลพอจะให้จับตามองแล้ว! เฮอร์มีสขอฟันธงว่าสถานะของ แอ็คเซล มิโคโลซอฟ บุตรแห่งไทคี และ โนอาห์ วอลเตอร์ เซเทอร์ผู้ดูแล นั้นคือ "เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ" อย่างไม่ต้องสงสัย!
<br><br>
เพราะอะไรถึงคิดเช่นนั้น? มาดูหลักฐานที่เฮอร์มีสสืบมาได้!
<br><br>
หลังจากหนุ่มไทคีหน้าใหม่อย่าง แอ็คเซล มิโคโลซอฟ ได้ปรากฏตัวในค่ายฮาล์ฟบลัดได้ไม่นาน อยู่ๆ ก็เริ่มออกแวว "ติดเซเทอร์ผู้ดูแลอย่างโนอาห์ วอลเตอร์เป็นพิเศษ!" นี่มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ! ได้ยินมาว่า ตั้งแต่ก่อนที่แอ็คเซลจะเข้าค่าย ทั้งสองนั้น "พบเจอกันมาตลอดระยะเวลาหลายปี" (แม้ว่าจะเป็นหน้าที่ของโนอาห์ที่ได้รับคำสั่งให้ติดตามแอ็คเซลก็ตาม) แต่จากการสังเกตการณ์ของสายข่าว เฮอร์มีสพบว่า "หลายๆ จังหวะ โอกาส และโมเม้นท์ต่างๆ ก็เต็มไปด้วยเคมีชั้นดีที่มองข้ามไม่ได้!"
<br>
ไม่ว่าจะเป็นการที่แอ็คเซลดูจะพึ่งพาโนอาห์เป็นพิเศษ หรือการที่โนอาห์เองก็ดูจะให้ความสำคัญกับแอ็คเซลมากกว่าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามัน "เกินกว่าคำว่าเพื่อน" ไปแล้ว!
<br><br>
บทสรุปจากเฮอร์มีส:
<br><br>
สองคนนี้จะมีซัมติงหรืออย่างไรกันแน่!? เฮอร์มีสขอตอบเลยว่า "มีแน่นอน!" ความใกล้ชิดที่สั่งสมมานานหลายปี และเคมีที่เข้ากันได้อย่างลงตัว กำลังก่อร่างสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าคำว่า "เพื่อนสนิท"
<br>
งานนี้คงต้องจับตาดูความสัมพันธ์ของ แอ็คเซล และ โนอาห์ อย่างใกล้ชิด! เตรียมตัวหวีดกันได้เลย!
<br><br>
#เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ #แอ็คเซลโนอาห์ #เคมีพุ่ง #ความสัมพันธ์ลับๆในค่าย
<br><br>
เฮอร์มีสขอตัวไปสืบหาโมเมนต์เด็ดๆ ของคู่นี้เพิ่มเติม แล้วจะนำข่าวคืบหน้ามาบอกทุกคนอย่างรวดเร็วแน่นอน! บ๊ายบาย!</i>
<br><br>
<i>‘<b>ประกาศลั่น! เลเวอเรทท์ ฟรีมอนต์ และ ไนมีเรีย เฮนลาดิส: สถานะ "คบกันแล้ว" อย่างเป็นทางการ! ชาวบ้าน 3 การันตี!</b>
<br><br>
เฮอร์มีสขอฟันธงอย่างหนักแน่นด้วยหลักฐานที่แน่นหนายิ่งกว่ากำแพงของโอลิมปัส! สถานะของ เลเวอเรทท์ ฟรีมอนต์ บุตรแห่งแอรีส และ ไนมีเรีย เฮนลาดิส ธิดาแห่งเฮคาที ตอนนี้คือ "คบกันแล้ว!" อย่างไม่ต้องสงสัย!
<br><br>
เพราะอะไรถึงคิดเช่นนั้น? มาดูหลักฐานเด็ดที่ชาวบ้าน 3, 4 และทุกคนในค่ายเห็นพร้อมกัน!
<br><br>
ข่าวนี้ได้รับการตอกย้ำความมั่นใจจาก ชาวบ้าน 3 ผู้เป็นแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้! พวกเขายืนยันว่า "เขาคบกันจริงๆ แล้ว!" ความสัมพันธ์ของทั้งคู่มีการอัปเดตอย่างต่อเนื่องหลังจากการฝึกฝนร่วมกัน จากที่เป็นแค่ศิษย์และอาจารย์ ตอนนี้ต้องเป็นอะไรน้า? ติ๊กต๊อกๆ... คำตอบคือ "แฟนกันแล้ว" ไงล่ะ!
<br><br>
เริ่มต้นด้วยโมเมนต์ที่ เลเวอเรทท์ มีการบอกให้ไนมีเรีย "รอแป๊บหนึ่ง เอาของมาให้ด้วยเอาสิ" โอ้โห! นี่มันคือ "ของแทนใจต่างหน้า" หรือเปล่านะ? มันยังไงกันแน่! ถึงแม้ ชาวบ้าน 4 จะบอกว่าใช้กล้องส่องทางไกลมองไม่ชัดว่าของชิ้นนั้นคืออะไร แต่การกระทำนี้มันบ่งบอกทุกอย่างแล้ว!
<br><br>
แต่!! ใครจะบอกว่าจบ? เจอแมทช์นี้เข้าไปค่ะ!
<br><br>
สิ่งที่ตอกย้ำสถานะความสัมพันธ์ให้ชัดเจนยิ่งกว่าสายฟ้าฟาดของเทพซุสก็คือ ประโยคเด็ดดวงจากปากของไนมีเรียที่ว่า: "ถ้ารุ่นพี่รับปากว่า เมื่อฉันกลับมาถึงค่ายอีกครั้ง จะปฏิบัติต่อฉันให้ดีขึ้นอีกหน่อย ไม่ใช่ในฐานะเด็กบ้านเฮคาทีรึแม่มดที่น่าระแวง แต่ในฐานะรุ่นน้องคนโปรดของคุณน่ะ ฉันจะยอมรับของชิ้นนี้โดยไม่มีข้อโต้แย้งเลย"
<br><br>
โอ๊ยยยยยยยยยยยย! คุณขา! นี่มันไม่ใช่แค่การ "ไม่อยากรับของฟรี" แล้ว! นี่มันคือการบอกว่า "ไม่ฟรีหรอก เพราะได้ใจพี่เขาไปแล้ว ถือว่าแลกกันเลย" หรือเปล่านะ?! นี่มันคือการยกระดับความสัมพันธ์ให้ชัดเจนกว่าที่เคย!
<br><br>
คำว่า "รุ่นน้องคนโปรด" เนี่ย! ชาวบ้าน 2, 3, 4 หรือคน 20000 ของค่ายก็ดูออกว่าตอนนี้มัน "พิเศษมากแล้วนะคะแม่!" แต่จะโปรดแบบใดกันน้า? แน่นอนว่านี่คือความโปรดในฐานะ "คนรัก"!
<br><br>
แม้สาวเจ้าจะบอกว่า "ไม่จีบ" (ก็สาวไม่จีบอะสิ!) แต่หนุ่มเขาไม่ได้บอกว่า "ไม่หนิ" ก็มีหวั่นไหวบ้าง หรือเปล่า? เฮอร์มีสขอฟันธงว่า "หวั่นไหวหนักมาก และตอนนี้ได้คบกันแล้ว!"
<br><br>
สรุปจากเฮอร์มีส:
<br><br>
หลักฐานและคำบอกเล่าทั้งหมดนี้ไม่สามารถปฏิเสธได้! เลเวอเรทท์และไนมีเรียได้ก้าวข้ามสถานะศิษย์-อาจารย์ สู่การเป็นคู่รักอย่างเต็มตัวแล้ว! งานนี้เตรียมตัวสำหรับภาพคู่รักสุดหวานที่อาจจะทำให้ชาวค่ายต้องอิจฉาตาร้อน!
<br><br>
#เลเวอเรทท์ไนมีเรียคบกันแล้ว #รุ่นน้องคนโปรด #รักนอกหลักสูตร #ชาวบ้านยืนยัน #กริ๊ดสลบ
<br><br>
เฮอร์มีสขอตัวไปเตรียมซุ้มดอกไม้และพลุฉลอง แล้วจะนำข่าวหวานๆ มาฝากทุกคนอีกแน่นอน! บ๊ายบาย!</i>
<br><br></font>
จะข่าวไหนก็มีแต่ข่าวของคนรู้จักจนเธอขมวดคิ้วว่านี่ใช่สาวเจ้าที่เธอรู้จักกับหนุ่มบ้านรวยคนนั้นที่เธอรู้จักจริง ๆ หรือไม่แต่ว่าตอนนี้ดวงตาของเธอค่อยๆหนักอึ้งกายเล็กที่เปียกน้ำพอหมาด ๆ แล้วหนังท้องตึงหนังตาเริ่มหย่อน ร่างเล็ก ๆ ค่อย ๆ เอนหลังพิงพนักพิงที่นั่งและค่อย ๆ ไหลไปซบไหล่พี่ชายที่นั่งข้างกาย
<br><br>
เจโรมที่เห็นแบบนี้ไปก็ยกยิ้มเบาบางด้วยความเอ็นดูเจ้าตัวเล็กของเขาในตอนนี้นับว่าเริ่มสนิทกับริปลีย์มากขึ้นกว่าที่คิดไว้เยอะเชียว ในฐานะพี่ชายแล้วเขาเลือกที่จะนั่งนิ่ง ๆ และเอาผ้ามาห่มกายบางปล่อยให่คนตัวเล็กยืมไหล่ต่างหมอนหนุนเพื่อให้เวลาเด็กน้อยได้พักผ่อนเสียทีจากการต่อสู้ตั้งสองรอบติดกัน
<br><div align="center"><br><br><img src="https://i.imgur.com/bH3hmBb.png" width="200" _height="200" border="0"></div><br>
</font>
</div>
<div style="margin-top: -580px; "><div style="height: 800px; background-image: url('https://img2.pic.in.th/pic/2fdb742eac38e9e7ea5730ff1b25b4e4fd521a82fcaac-AzsWKK_fw658webp.png');
background-repeat: no-repeat;
background-size: cover;"></div></div>
</div>
<br><br>
<div id="RIPS03">
<div style="text-align: left;">
<font color="#ffffff" face="TH SarabunPSK" size="5">
<div align="center"><font size="6"><b>เปิดใช้งานเอฟเฟค</b></font></div>
<br>
ปฏิสัมพันธ์กับ เจโรม ปาร์ค ซึงยอน<br>
+5 ความสนิทสนมจากการพูดคุย<br>
ให้ นิตยสารวงการบันเทิง แก่ เจโรม ปาร์ค ซึงยอนให้สิ่งที่ชอบที่สุดกับ NPC จะได้รับ +20 แต้มมิตรภาพ * 2 จากกิจกรรม<br>
ใช้ได้ตัวละครผู้หญิงเท่านั้น : ทุกครั้งที่โรลเพลย์ลงท้ายด้วยเลขไบต์ 2 4 6 8 คู่สนทนาจะได้กลิ่นหอมบนตัวคุณ ได้รับโบนัสพิเศษ+2 แต้ม (เฉพาะรุ่นพี่และเพื่อนเท่านั้น)<br><br>
ผู้ฟังข่าวซุบซิบ ได้รับ +15 EXP * 3= 45 EXP<br><br>
<a href="home.php?mod=space&uid=1" target="_blank">@God</a>
</font></div></div>
<div style="margin-top: -100px; "><div style="height: 200px; background-image: url('https://img5.pic.in.th/file/secure-sv1/5720a3b19bcc91d47431705002cb55aebdda1a8f2df0-jXF7du_fw658webp.png');
background-repeat: no-repeat;
background-size: cover;"></div></div>
</div></div>
<style>
#RIPS01 {
border: 0px double ;
width: 800px;
box-shadow: #FFFFFF 1px 1px 1em;
background-image: url("https://img2.pic.in.th/pic/f25a4e8ff181d79718c5abdd2ed2e4a3c100365011933-ZMDY1F_fw658webp.png");
}
</style>
<style>
#RIPS02 {
width: 75%;
border: 0px solid ;
box-shadow: #FFFFFF 2px 2px 1em;
background-image: url("https://i.imgur.com/Rti02oX.png");}
</style>
<style>
#RIPS03 {
width: 63%;
border: 0px solid ;
padding: 50px;
box-shadow: #FFFFFF 2px 2px 1em;
background-image: url("https://i.imgur.com/Rti02oX.png");}
</style>
<div align="center">
<div id="RIPS01">
<br><br>
<div id="RIPS02">
<div style="height: 400px; background-image: url('https://i.imgur.com/qCski30.png');
background-repeat: no-repeat;
background-size: cover;"></div>
<div style="margin-top: -250px; margin-right: -150px; text-align: right;">
<img height="500" src="https://i.imgur.com/Kke3enc.png" border="0" alt=""></div>
<br>
<div style="margin-top: -600px; text-align: center;">
<img width="600" src="https://img2.pic.in.th/pic/a8bbb7fc2cffd96a10b216e5f77bbe88.png" border="0" alt=""></div>
<div align="center">
<font face="TH SarabunPSK">
<b>
<span style="text-shadow: #345DA7 0px 0px 0.7px, #345DA7 0px 0px 25px, #345DA7 0px 0px 10px;">
<font color="#ffffff" size="7"> White Swan in The Ocean<br><br>Special Training with BRO 9/10</font><br>
<font color="#ffffff" size="5">26th July 2025 4 - 6 PM</font>
</span>
</b>
</font></div>
<br><br>
<div style="text-align: left; display: block; width: 80%;">
<font color="#ffffff" face="TH SarabunPSK" size="5">
   หลังจากการต่อสู้ที่ติดต่อกันริปลีย์ก็ตื่นมาเอาในช่วงเย็น ๆ ของวันแสงแดดยามบ่ายปลายวันทาบลงบนเปลือกไม้ของดาดฟ้า เรือโยกเบา ๆ ด้วยจังหวะคลื่นสม่ำเสมอ ริปลีย์นอนอยู่ใต้ผ้าห่มบางตัวหนึ่งที่คลุมร่างเธอจากช่วงไหล่ลงมา
<br><br>
   กลิ่นทะเลเจือจางเข้าจมูก กลิ่นเกลือ แสงแดด และเสียงลมหายใจของน้ำที่ยังคงมีชีวิต… ทั้งหมดนี้ปลุกให้เธอลืมตา
<br><br>
   ไม่ไกลออกไป เจโรมนั่งอยู่ข้างเสากระโดง ผูกปมเชือกอย่างเชี่ยวชาญ มืออีกข้างถือกระบอกน้ำเย็น
<br><br>
   “ตื่นแล้วสินะริปลีย์ ไม่ได้ปวดตัวมากใช่ไหม”
<br><br>
   เสียงนั้นไม่ได้เร่งเร้า แต่มีรอยยิ้มบาง ๆ ปนอยู่ ริปลีย์ขยับตัวช้า ๆ เอนศีรษะขึ้นอย่างมึน ๆ แต่ยังรู้สึกถึงแรงชีวิตในแขนขา เธอยกมือแตะผ้าห่มที่ปิดตัวเองอยู่ — มันอุ่นจากแสงแดด และจากใครบางคนที่คงคลุมให้เธอตอนเธอหลับไป
<br><br>
   เจโรมลุกขึ้น ดึงริปลีย์ให้ลุกตามโดยไม่ถามสุขภาพสักคำ เขาเดินไปหยุดตรงขอบเรือ แล้วชี้ไปยังท้องทะเลเบื้องหน้า
<br><br>
   “ได้เวลาเรียนชิล ๆ แล้ว ดูทะเลสิ — วันนี้มันเงียบ...แต่ไม่ใช่ว่ามันไม่มีอะไรอยู่ข้างใต้”
<br><br>
   เขาเอ่ยอธิบายให้เธอฟังว่า ผิวน้ำ เป็นสิ่งแรกที่ลูกแห่งทะเลควรรู้จัก เพราะมันคือ “ใบหน้า” ของมหาสมุทร — สีของน้ำ เสียงฟอง ฟองที่แตก ความเร็วของคลื่น ล้วนบอกเรื่องบางอย่าง
<br><br>
   “สีของน้ำบอกเราว่าข้างล่างมันลึกแค่ไหน หรือกระแสน้ำกำลังขยับไปทางไหน น้ำทะเลสีฟ้าใส เทอร์ควอยซ์ หรือเขียวอ่อน — นั่นคือน้ำตื้น แสงทะลุถึงพื้น นิ่ง ปลอดภัย”
<br>
   “แต่ถ้าเป็นน้ำสีน้ำเงินเข้ม สีกรม หรือเทาอมดำ — แปลว่าลึก แรงดันสูง มืด และมีโอกาสที่บางอย่างจะเคลื่อนไหวอยู่ข้างล่างโดยที่เราไม่รู้ตัว”
<br>
   “แล้วก็อีกอย่าง…ถ้าเธอเห็นผิวน้ำเปลี่ยนสีเฉียบพลัน แถบเข้มแถบอ่อนตัดกัน ลมแรงขึ้น ฟองจางไว — นั่นอาจเป็น ‘รอยเท้า’ ของอะไรบางอย่างที่เพิ่งผ่านไป”
<br><br>
   “แล้วก็ต่อไปคลื่นพูดได้นะ รู้ยัง?”
<br>
   “คลื่นเบา ๆ ซ่า ๆ ถี่ ๆ มักมาจากน้ำตื้นหรือลมอ่อน — พื้นที่แบบนั้นคือเขตปลอดภัย”
<br>
   “แต่คลื่นที่เสียงทุ้ม หนัก แล้วมากระแทกเป็นช่วง ๆ นั่นไม่ใช่เรื่องดี มันบอกว่าข้างล่างลึก มีอะไรบางอย่างเคลื่อนตัว — จะเป็นกระแสน้ำ หรืออะไรใหญ่กว่านั้น…ก็แล้วแต่”
<br>
   “เวลาฟังคลื่นน่ะ อย่าฟังแค่หู ฟังประสาทสัมผัสทั้งกายของเธอ มันสั่นเธออยู่ตลอดเวลา ถ้าเธอเงียบพอ เธอจะได้ยิน”
<br><br>
   “และอย่างสุดท้ายของการอ่านผิวน้ำทะเลจำไว้เลยนะริปลีย์ — ฟองน้ำไม่เคยโกหก”
<br>
   “ถ้าเธอเห็นฟองเล็ก ๆ เต็มไปหมด ลอยฟู ๆ บนผิวน้ำ นั่นคือน้ำตื้น หรือมีคลื่นปะทะหินข้างล่าง แรงอัดอากาศเบา ๆ ก็ลอยขึ้นมาเป็นฟอง”
<br>
   “แต่ถ้าน้ำเรียบเป็นกระจก แทบไม่มีฟองเลย นั่นคือน้ำลึก…แรงดันสูง ข้างล่างอาจเงียบ — แต่มันไม่ว่างเปล่าหรอกนะ”
<br>
   “แล้วถ้าเธอเห็นฟองลอยขึ้นมาแล้วโดนลมพัดแป๊บเดียวหายเกลี้ยง — หรือฟองแตกตัวเร็วผิดปกติ นั่นแปลว่ามีบางอย่างเคลื่อนไหวใต้ทะเล แล้วแรงดันของมันก็กำลัง ‘บีบ’ น้ำด้านบนจากข้างล่างขึ้นมา”
<br><br>
   “พูดง่าย ๆ... ถ้าฟองหาย แล้วน้ำเปลี่ยน แปลว่าเราต้องระวัง”
<br><br>
   ริปลีย์ยืนฟังพร้อมกับมองผิวน้ำตลอดเวลานึกย้อนกลับไปช่วงก่อนที่ลูซก้าจะโผล่ผิวน้ำมันส่งสัญญาณบอกแบบนั้นจริง ๆ
<br><br>
   “ผิวน้ำน่ะเป็นเหมือนหนังหน้าของทะเล ถ้าเธออ่านออก เธอจะรู้ว่าใต้นั้นกำลังยิ้ม...หรือกำลังแยกเขี้ยวใส่เธออยู่พอฝึกพอจนเข้าใจ เธอจะมองออกโดยไม่ต้องใช้พลังด้วยซ้ำ เชื่อฉันสิ”
<br><br>
   “คุณเชี่ยวชาญจังเลยนะเจโรม”
<br><br>
   “ถ้าไม่เชี่ยวชาญฉันจะมาเป็นเมนเทอร์ทำไม จริงไหม ?”
<br><br>
   “ก็จริง—”
<br><br>
   หลังจากนั้นการเรียนการสอนเบา ๆ ก็เกิดขึ้นในช่วงเวลาราว ๆ สองชั่วโมงนับจากนี้เจโรมสอนริปลีย์ขัดเกลาสัมผัสแห่งสายน้ำให้เฉียบแหลมขึ้นโดยการโยนเปลือกหอยเบา ๆ ลงน้ำแล้วให้ริปลีย์ใช้สัมผัสจับว่าเขาโยนตรงไหนกัน แรก ๆ เธอก็ไม่ได้ตอบถูกหรอก แต่หลัง ๆ เหมือนจะจับทริกได้แล้วว่าควรจะทำอย่างไรกับทักษะนี้ก็ดูจะแม่นยำขึ้นทีเดียว
<br><br>
   ต้องบอกว่า การที่เปิดมาก็ใส่อสูรกายยับ ๆ ทำให้เด็กคนนี้ก้าวกระโดดก็ว่าได้
<br><br><div align="center"><img src="https://i.imgur.com/bH3hmBb.png" width="200" _height="200" border="0"></div><br>
</font>
</div>
<div style="margin-top: -580px; "><div style="height: 800px; background-image: url('https://img2.pic.in.th/pic/2fdb742eac38e9e7ea5730ff1b25b4e4fd521a82fcaac-AzsWKK_fw658webp.png');
background-repeat: no-repeat;
background-size: cover;"></div></div>
</div>
<br><br>
<div id="RIPS03">
<div style="text-align: left;">
<font color="#ffffff" face="TH SarabunPSK" size="5">
<div align="center"><font size="6"><b>เปิดใช้งานเอฟเฟค</b></font></div>
<br><br>
ปฏิสัมพันธ์กับ เจโรม ปาร์ค ซึงยอน<br>
+5 ความสนิทสนมจากการพูดคุย<br>
@God
</font></div></div>
<div style="margin-top: -100px; "><div style="height: 200px; background-image: url('https://img5.pic.in.th/file/secure-sv1/5720a3b19bcc91d47431705002cb55aebdda1a8f2df0-jXF7du_fw658webp.png');
background-repeat: no-repeat;
background-size: cover;"></div></div>
</div></div>
<style>
#RIPS01 {
border: 0px double ;
width: 800px;
box-shadow: #FFFFFF 1px 1px 1em;
background-image: url("https://img2.pic.in.th/pic/f25a4e8ff181d79718c5abdd2ed2e4a3c100365011933-ZMDY1F_fw658webp.png");
}
</style>
<style>
#RIPS02 {
width: 75%;
border: 0px solid ;
box-shadow: #FFFFFF 2px 2px 1em;
background-image: url("https://i.imgur.com/Rti02oX.png");}
</style>
<style>
#RIPS03 {
width: 63%;
border: 0px solid ;
padding: 50px;
box-shadow: #FFFFFF 2px 2px 1em;
background-image: url("https://i.imgur.com/Rti02oX.png");}
</style>
<div align="center">
<div id="RIPS01">
<br><br>
<div id="RIPS02">
<div style="height: 400px; background-image: url('https://i.imgur.com/qCski30.png');
background-repeat: no-repeat;
background-size: cover;"></div>
<div style="margin-top: -250px; margin-right: -150px; text-align: right;">
<img height="500" src="https://i.imgur.com/Kke3enc.png" border="0" alt=""></div>
<br>
<div style="margin-top: -600px; text-align: center;">
<img width="600" src="https://img2.pic.in.th/pic/a8bbb7fc2cffd96a10b216e5f77bbe88.png" border="0" alt=""></div>
<div align="center">
<font face="TH SarabunPSK">
<b>
<span style="text-shadow: #345DA7 0px 0px 0.7px, #345DA7 0px 0px 25px, #345DA7 0px 0px 10px;">
<font color="#ffffff" size="7"> White Swan in The Ocean<br><br> Special Training with BRO 10/10</font><br>
<font color="#ffffff" size="5">27th July 2025 9 AM - 2 PM</font>
</span>
</b>
</font></div>
<br><br>
<div style="text-align: left; display: block; width: 80%;">
<font color="#ffffff" face="TH SarabunPSK" size="5">
   ในวันที่สี่ของการอยู่บนเรือกลางทะเล แสงแดดตอนสายส่องลงมาจนผิวน้ำเปล่งประกายเป็นระยิบสีฟ้าอมเขียว ใต้น้ำมีฝูงปลาขนาดเล็กว่ายวนอยู่เป็นวงรอบโขดหิน เจโรมกำลังนั่งคุกเข่าริมขอบเรือ ล้วงมือแตะน้ำเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้าหันมามองเธอ
<br><br>
   “วันนี้มาลองดูว่าปลามันจะฟังเธอมั้ย”
<br><br>
   ริปลีย์เดินมาหยุดข้าง ๆ เขา ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งคุกเข่า หัวใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะนักตั้งแต่เช้า—แต่เธอพยายามซ่อนมันไว้ เธอมองผืนน้ำเบื้องหน้า ก่อนจะเอื้อมมือออกไปแตะผิวทะเลอย่างแผ่วเบา
<br><br>
   “ไม่ต้องพูดอะไร” เจโรมเอ่ยเสริม “ใช้ใจเธอสื่อสารจำได้ว่าเคยเห็นเธอคุยกับฮิปโปแคมปัสที่ค่าย ทำเหมือนกันเลย”
<br><br>
   ลมทะเลพัดเฉียดแก้ม ฟองคลื่นเบาบางเคลื่อนผ่านมือเธอไป เหมือนสายน้ำกำลังฟัง แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะไว้ใจเธอดีหรือไม่ ริปลีย์ค่อย ๆ หลับตา ปล่อยให้เสียงรอบข้างค่อย ๆ เลือนหาย เสียงคลื่น เสียงลม เสียงเสื้อผ้าไหวในลม เหลือเพียงจังหวะของหัวใจตัวเอง กับความรู้สึกที่ส่งลงไปในน้ำ
<br><br>
   นี่…มาหากันหน่อยสิฉันเพิ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรก อยากเจอพวกเธอน่ะ
<br><br>
   วินาทีนั้นเอง เธอรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างแตะปลายนิ้ว เมื่อเธอลืมตาขึ้น ปลาหางเหลืองสามสี่ตัวว่ายเข้ามาใกล้ ปลาวนรอบปลายนิ้วเธอหนึ่งรอบ ช้า ๆ และไม่มีความกลัว ก่อนจะว่ายถอยกลับไปอย่างสงบ
<br><br>
   ริปลีย์ไม่ได้พูดอะไร—แต่การหันไปยักคิ้วใส่พี่ชายข้าง ๆ เป็นการอวดอย่างนึงว่า ดูสิ เธอเองก็ไม่ใช่ขี้หมูขี้หมานะ
<br><br>
   เจโรมยิ้มมุมปากอย่างหมั่นไส้ไอ้เด็กคนนี้
<br><br>
   “เก่งจริง ๆ ไอ้เด็กตัวแค่นี้”
<br><br>
   “เก่งสิ คุยกับฮิปโปแคมปัสที่ค่ายก็ทำมาแล้ว”
<br><br>
   “นั่นน่ะมันคุ้นคนในค่ายแล้วเถอะปลาตัวเล็ก ๆ ขี้กลัวพวกนี้ต่างหากถือว่าทำได้ดีมากแล้วก็สมแล้วที่มีภาษีของสายเลือดโพไซดอน”
<br><br>
   เธอลองฝึกพูดคุยก่อนสักพักแล้วเริ่มที่จะลองออกคำสั่งง่าย ๆ อย่างการขอเปลือกหอยเล็ก ๆ ใต้ทะเลมาให้เธอสักอันได้ไหมปลาพวกนั้นทำท่าทางเหมือนจะเข้าใจก่อนจะว่ายหายลงไปราว ๆ เกือบสิบนาทีได้ก่อนจะโผล่ขึ้นมาพร้อมกับเปลือกหอยจริง ๆ นี่คือครั้งแรกที่เธอลองออกคำสั่งกับสัตว์น้ำนี่นะน่าทึ่งสุด ๆ
<br><br>
   “เยี่ยมมากริปลีย์ได้เวลาวิชาต่อไปแล้ว”
<br><br>
   เขาลุกขึ้นยืนแน่นอนว่าริปลีย์ต้องยืนตามอยู่แล้วก่อนที่เธอจะมองว่าเขากำลังจะทำอะไรเจโรมยื่นมือขึ้นมาตรงหน้าผืนท้องทะเลสักพักก่อนที่มวนน้ำจะก่อตัวขึ้นเป็นเส้นเกลียวล่องลอยขึ้นจากทะเลมาหมุนวนตามนิ้วเรียว
<br><br>
   “อย่างเจ๋ง”
<br><br>
   เสียงใสเอ่ยออกมา ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อยการควบคุมน้ำของเธอมักจะทำได้ตอนคับขันจวนตัวเสมอราวกับว่าพวกมันขับเคลื่นแค่เพื่อปกป้องเธอไม่ได้เชื่อฟังเธอขนาดนั้นเจโรมหยุดทุกสิ่งก่อนจะหันมาทางริปลีย์เพื่อให้เธอได้ทำตาม
<br><br>
   “ทำตามสิได้เวลาฝึกควบคุมน้ำแล้วให้เธอลองควบคุมปริมาณน้ำ การเคลื่อนไหว และสมาธิ จำไว้ว่าถ้าเธอสติแตกน้ำของเธอก็จะแตกตัวกระจายตามสติเธอแน่นอน”
<br><br>
  เขาถอยออกมาเล็กน้อย ให้พื้นที่กับเธอโดยไม่พูดอะไรต่อ ริปลีย์สูดลมหายใจ ยกมือขึ้นช้า ๆ ฝ่ามือหงายเหนือทะเล เธอรู้สึกถึงความเย็นที่พุ่งมาตามเส้นเลือดที่ฝ่ามือ ชีพจรเต้นชัดเจนขึ้นทันที
<br><br>
   เธอลองจับสัมผัสของสายน้ำ — ลมหายใจของตัวเอง กับแรงสั่นในท้องทะเลที่อยู่เบื้องหน้า
<br><br>
   แล้ว…
<br><br>
   พรึบ
<br><br>
   ละอองน้ำหยดหนึ่งค่อย ๆ ลอยขึ้นจากผิวน้ำ — ช้า…ช้ามากจนแทบมองไม่เห็นว่าเคลื่อน มันลอยสั่นคลอนเหมือนลูกโป่งที่ไม่มีใครผูกเชือก ผิวน้ำสั่นตาม ริปลีย์ยกปลายนิ้วขึ้น หมุนช้า ๆ หยดน้ำตอบสนอง — มันหมุนตาม เธอรู้สึกได้ว่ามัน “ฟัง” เธออยู่…
<br><br>
   “อย่าตั้งใจมากเกินไป” เจโรมพูดเสียงต่ำ “เธอไม่ต้อง ‘บังคับ’ น้ำ เธอแค่ต้อง ‘ใช้ใจสื่อสาร’”
<br><br>
   นิ้วของเธอหมุนอีกครั้ง — รอบนี้เนียนกว่าเดิม หยดน้ำค่อย ๆ ก่อตัวกลมรอบปลายนิ้วคล้ายเส้นด้ายโปร่งใสที่วาดเส้นโค้งอยู่ในอากาศ
<br><br>
   แต่แล้ว… จังหวะหายใจของเธอขาด เธอคิดเรื่อง “ถ้าหยดน้ำแตกล่ะ?”
<br><br>
   และใช่ — มันแตกทันที
<br><br>
   แฉะ! น้ำสาดกระเซ็นใส่เธอเองจนหน้าผากเปียก เจโรมหลุดหัวเราะเสียงต่ำ
<br><br>
   “ก็เตือนแล้วว่า ถ้าเธอสติแตก น้ำก็แตกตาม”
<br><br>
   ริปลีย์ทำหน้ามุ่ยทันที เธอปาดน้ำออกจากข้างแก้ม หัวเราะหายเครียดเป็นครั้งแรกของวัน เจโรมเดินกลับมาข้าง ๆ ไม่ได้สอนเพิ่ม แค่พูดเบา ๆ
<br><br>
   “ดีแล้วล่ะ...ครั้งแรกทำได้ขนาดนี้ ถือว่าเกินคาด พอเธอควบคุมน้ำได้เมื่อใจสงบ วันหนึ่งเธอจะควบคุมมันได้แม้ตอนที่เธอสติแตกแค่ไหนก็ตาม”
<br><br><div align="center"><img src="https://i.imgur.com/bH3hmBb.png" width="200" _height="200" border="0"></div><br>
</font>
</div>
<div style="margin-top: -580px; "><div style="height: 800px; background-image: url('https://img2.pic.in.th/pic/2fdb742eac38e9e7ea5730ff1b25b4e4fd521a82fcaac-AzsWKK_fw658webp.png');
background-repeat: no-repeat;
background-size: cover;"></div></div>
</div>
<br><br>
<div id="RIPS03">
<div style="text-align: left;">
<font color="#ffffff" face="TH SarabunPSK" size="5">
<div align="center"><font size="6"><b>เปิดใช้งานเอฟเฟค</b></font></div>
<br><br>
ปฏิสัมพันธ์กับ เจโรม ปาร์ค ซึงยอน<br>
+5 ความสนิทสนมจากการพูดคุย<br><br>
ใช้ได้ตัวละครผู้หญิงเท่านั้น : ทุกครั้งที่โรลเพลย์ลงท้ายด้วยเลขไบต์ 2 4 6 8 คู่สนทนาจะได้กลิ่นหอมบนตัวคุณ ได้รับโบนัสพิเศษ+2 แต้ม (เฉพาะรุ่นพี่และเพื่อนเท่านั้น)<br><br>
@God
</font></div></div>
<div style="margin-top: -100px; "><div style="height: 200px; background-image: url('https://img5.pic.in.th/file/secure-sv1/5720a3b19bcc91d47431705002cb55aebdda1a8f2df0-jXF7du_fw658webp.png');
background-repeat: no-repeat;
background-size: cover;"></div></div>
</div></div>
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eloise เมื่อ 2025-11-30 14:55 <br /><br /><div align="center" style="list-style-type: none;">
<style>
#Eloise01 {
border-radius: 30px;
border: 6px double #000000;
padding: 3px;
box-shadow: #000000 0px 0px 3em;
background-image: url("https://i.imgur.com/rR3KDvy.png");}
</style>
<style>
#Eloise02 {
width: 800px;
border-radius: 20px;
padding: 3px;
box-shadow: #000000 0px 0px 1em;
background-image: url("https://i.imgur.com/O01jmYP.png");}
</style>
<style>
#Eloise03 {
width: 520px;
border-radius: 20px;
border: 6px double #000000;
padding: 3px;
box-shadow: #000000 0px 0px 3em;
background-image: url("https://i.imgur.com/O01jmYP.png");}
</style>
<div id="Eloise01">
<p>
<br><br></p>
<div id="Eloise02">
<p>
<font face="Kanit"><font size="3"><font color="#fff">
<br></font></font></font></p><div style="text-align: left;"><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div style="text-align: center;"><font color="#ff8c00" face="Kanit"><b style=""><font size="5">วันที่ 1 พฤษภาคม 2025</font><br><font size="5">เวลา 03.00 น.</font><br><br></b></font></div><div style="text-align: center;"><font size="3" face="Kanit" color="#ffffff"><img src="https://i.imgur.com/HiVVn9A.gif" border="0"><b style=""><br></b></font></div><div style="text-align: left;"><font size="3" face="Kanit" color="#ffffff"><br></font></div><div style="text-align: left;"><div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">ความเร็วสูงสุดที่ 150 นอตยังคงพาเรือมินิบานาน่าพุ่งทะยานต่อไปอย่างไม่ลดละ ทุกคนในเรือเกาะยึดตัวเองไว้แน่นกับกาบเรือสีนีออน ใบหน้าชาด้านจากแรงลมที่ปะทะจนรู้สึกเหมือนผิวหนังจะหลุดลอก หกชั่วโมงนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับฝัน ทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำเซนต์ลอว์เรนซ์หายไปนานแล้ว ถูกแทนที่ด้วยผืนน้ำที่เปิดกว้างและมีสีเข้มจนเกือบเป็นสีน้ำเงินเข้มจัด</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">ป้าคาเรนผู้มีสายตาแหลมคม (และสัญชาตญาณเอาตัวรอดสุดเก๋าเกม) เหลือบมองไปยังสีน้ำทะเลที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font face="Kanit" size="3" color="#ff00ff">“เอโลอิส หยุดเดี๋ยวนี้! สีน้ำมันเข้มเกินไปแล้วนะ เราออกมาไกลเกินไปแล้ว!”</font><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"> ป้าคาเรนตะโกนอย่างสุดเสียง แต่เสียงของเธอถูกเสียงคำรามของลมกลืนหายไปเกือบหมด</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><i><b>วู้ววววววววววววววววววว~ </b></i></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">เอโลอิสทำได้แค่ส่ายหน้าและตะโกนกลับไปว่า</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font face="Kanit" size="3" color="#ff8c00">“อะไรนะคะป้า! ไม่ได้ยินเลย!”</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">ความรู้สึกว่าบางสิ่งบางอย่างกำลังผิดปกติเริ่มคุกคาม ป้าคาเรนตัดสินใจแล้วว่าเธอจะไม่ยอมตายอนาถกลางมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือเช่นนี้ เธอรวบรวมพลังเสียงทั้งหมดที่มี และปล่อยเสียงกรีดร้องที่แหลมสูงกว่าเสียงลมใด ๆ</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font face="Kanit" size="3" color="#ff00ff">“หยุดเดี๋ยวนี้! บอกให้หยุดไง! <i style="">กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด!</i>”</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">เสียงกรี๊ดแปดหลอดของป้าคาเรนดังจนทะลุทะลวงอากาศที่บีบอัดและเสียงลมอันบ้าคลั่งไปได้ และในเสี้ยววินาทีนั้น...บางสิ่งบางอย่างที่อยู่เหนือผิวน้ำก็สังเกตเห็นพวกเขา เงาขนาดใหญ่สามเงาโฉบลงมาจากท้องฟ้าอย่างรวดเร็วจากด้านข้างของเรือ พวกมันเคลื่อนไหวว่องไวจนแทบจะมองไม่ทัน</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><b><i>เคร้ง!</i></b></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">มือของเอโลอิสที่กำลังกำกระบอกบรรจุลมสี่ทิศกระบอกที่สองไว้แน่น ถูกบางสิ่งบางอย่างที่มีความแข็งและแหลมคมปัดตกลงไปในน้ำอย่างรุนแรง</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><b><i><br></i></b></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><b><i>ตูมมมมมมมมม!</i></b></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">กระบอกบรรจุลมกระบอกที่สองจมหายไปในทะเลลึกทันที พลังงานลมคำรามก็ยุติลงอย่างฉับพลันอีกครั้ง เรือมินิบานาน่ากระชากตัวอย่างรุนแรงเมื่อความเร็วลดลงจาก 150 นอตสู่ความเร็วปกติอีกรอบ ทุกคนถูกเหวี่ยงไปด้านหน้าก่อนจะทรงตัวได้</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">เมื่อเรือชะลอความเร็วลง เสียงลมที่เงียบลงทำให้พวกเขาได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวของสิ่งที่เพิ่งจู่โจม เอโลอิสรีบเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ เห็นเพียงเงาตะคุ่มขนาดใหญ่สามตัวที่บินวนอยู่เหนือหัวเรือ พวกมันมีรูปร่างคล้ายนกอินทรี แต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก และที่น่าตกใจคือ...จงอยปากและกรงเล็บของพวกมันเป็นสีทองแดงวาววับ</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font face="Kanit" size="3" color="#ff8c00">“ตัวอะไรวะเนี่ย!” </font><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">เอโลอิสบ่นอุบอย่างไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะการเดินทาง</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">ป้าคาเรนเห็นภาพตรงหน้า ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความกลัวเกือบตายจากความเร็วเรือตอนนี้กลับกลายเป็นความหวาดผวาถึงขีดสุด เธอปล่อยเสียงกรีดร้องออกมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นเสียงกรี๊ดที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังเหมือนคนไร้สติ</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">ทันใดนั้นเคอร์ติส นกกระทาคู่ใจของเอโลอิสก็โผล่หัวออกมาและกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font face="Kanit" size="3" color="#ffff00">“มันคือนกสติมฟาเลียนขอรับ พวกมันคือสัตว์ประหลาดที่ดุร้ายของท่านเทพแอรีส พวกมันร้ายกาจมาก ต้องระวังนะขอรับ”</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">คำเตือนของเคอร์ติสทำให้แจสเปอร์ตระหนักถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นทันที พวกมันเป็นสัตว์อสูรที่กระหายเลือดตามธรรมชาติของพ่อเขา นกสติมฟาเลียนสามตัวที่บินวนอยู่นั้นส่งเสียงร้องแหลมบาดแก้วหู มันไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียวในการเริ่มการจู่โจม</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><b><i>ฟิ้วววววววววววว!</i></b></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">นกตัวหนึ่งสยายปีกและทันใดนั้นขนจำนวนมากของมันก็ถูกยิงออกมาเหมือนกับลูกธนูโลหะที่พุ่งลงสู่เรือมินิบานาน่า</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font face="Kanit" size="3" color="#48d1cc">“บังไว้!”</font><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"> แจสเปอร์ตะโกนลั่น</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">เอโลอิสตอบสนองได้รวดเร็วราวสายฟ้าแลบ เธอรีบกางโล่กลมขนาดใหญ่มาบังทุกคนไว้</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><b><i>เคร้ง! เคร้ง! เคร้งงงง!</i></b></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">โล่ขนาดใหญ่รับเอาขนโลหะทั้งหมดไว้ได้ ขนเหล่านั้นกระดอนออกไปนอกลำเรือ โล่ของเอโลอิสสั่นสะท้านอย่างรุนแรงจากแรงปะทะ เคอร์ติสบินเข้ามาซ่อนในร่มเงาของโล่อย่างรวดเร็วตามสไตล์เจ้านกขี้ขลาด</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font face="Kanit" size="3" color="#ff8c00">“ระวังนะทุกคนมันเป็นโลหะ พวกเราต้องระวังให้มาก”</font><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"> เอโลอิสตะโกนเตือนด้วยเสียงที่เคร่งเครียด </font><font face="Kanit" size="3" color="#ff8c00">“ฉันจะช่วยป้องกันให้เท่าที่จะช่วยได้”</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">เมื่อรู้ว่าหนีไม่พ้น ทุกคนจึงชักอาวุธคู่กายออกมาเพื่อเข้าสู่การต่อสู้อย่างเต็มรูปแบบ แจสเปอร์กำง้าวเยี่ยนหยาที่เงางามของเขาไว้แน่น ส่วนป้าคาเรนหยิบถุงย่ามห้าสีของเธอมาไว้ในมือเตรียมฟาดทุกอย่างที่เข้าใกล้</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">นกสติมฟาเลียนตัวแรกโฉบลงมาจู่โจมทันที จงอยปากทองแดงของมันพุ่งเข้าใส่โล่ของเอโลอิสอย่างรวดเร็วและแม่นยำ</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><b><i>เคร้ง! </i></b></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">โล่ถูกกระแทกจนบุบเล็กน้อย เอโลอิสอาศัยจังหวะนั้นเพื่อทำการสวนกลับตามสัญชาตญาณของตัวเอง</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font face="Kanit" size="3" color="#ff8c00">“เอาไปกินซะ!”</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">เธอชักค้อนไฟออกมาจากกระเป๋าคาดเอว เอโลอิสไม่รอให้มันบินหนีไป เธอเลือกใช้พลังควบคุมโลหะซึ่งเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากในสถานการณ์นี้</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><b><i>เคร้ง!</i></b></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">โล่ทองแดงที่บุบเล็กน้อยของเธอถูกพลังควบคุมให้เปลี่ยนรูปทรงอย่างฉับพลันกลายเป็นกับดัก โล่กักนกตัวนั้นไว้ครู่หนึ่ง นกสติมฟาเลียนส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อถูกโลหะทองแดงจากขนของมันเองหนีบไว้ เอโลอิสไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือไป เธอเหวี่ยงค้อนไฟในมือเข้าใส่ลำตัวของนกอย่างรุนแรง นกตัวแรกส่งเสียงร้องโหยหวนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างของมันจะร่วงหล่นลงสู่ผิวน้ำเบื้องล่าง</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">การตายของนกตัวแรกไม่ได้ทำให้ตัวที่เหลือกลัวเลยแม้แต่น้อย นกตัวที่สองโฉบลงมาจู่โจมแจสเปอร์ทันที มันยิงขนโลหะออกมาอย่างบ้าคลั่งใส่บุตรแห่งเทพสงคราม แจสเปอร์คำรามออกมาด้วยความโกรธตามสัญชาตญาณของนักรบ เขาใช้ความว่องไวและกำลังทั้งหมดที่เขามี แจสเปอร์หมุนง้าวเยี่ยนหยาในมือของเขาราวกับพายุหมุน</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><b><i>เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! </i></b></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">ขนโลหะทั้งหมดถูกง้าวปัดกระเด็นไปหมด บางส่วนถูกปัดกลับไปที่นกตัวนั้นเอง นกสติมฟาเลียนยิ่งเดือดดาล มันพุ่งตัวเข้าใส่แจสเปอร์ด้วยความเร็วสูง หมายจะใช้กรงเล็บทองแดงฉีกร่างบุตรแห่งแอรีสให้เป็นชิ้น ๆ</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><b><i>พรึ่บ! </i></b></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">แจสเปอร์เบี่ยงตัวหลบได้อย่างฉิวเฉียด เขาใช้แรงเหวี่ยงตัวและง้าวที่หมุนอยู่ฟาดง้าวเยี่ยนหยาเข้าที่คอของนกตัวที่สองอย่างจัง</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><b><i>ฉึก! </i></b></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">เสียงโลหะปะทะกับเนื้อหนังที่หุ้มด้วยโลหะดังสนั่น ศีรษะของนกตัวที่สองหลุดออกจากลำตัวทันที ร่างที่ไร้ชีวิตของมันร่วงหล่นตามนกตัวแรกไป</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">ตอนนี้เหลือเพียงนกตัวสุดท้ายที่บินวนอยู่เหนือเรือ มันส่งเสียงร้องด้วยความเกรี้ยวกราดที่สูญเสียเพื่อนร่วมฝูงไปสองตัว นกตัวนี้พุ่งเข้าใส่จุดอ่อนที่สุดของกลุ่มนี้ นั่นคือ…ป้าคาเรน!</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">ป้าคาเรนผู้ซึ่งทำอะไรไม่เป็นเลยนอกจากดวงดีไปวัน ๆ ส่งเสียงกรีดร้องและหลับตาปี๋</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font face="Kanit" size="3" color="#ff00ff">“ไปให้พ้นนะยะ!”</font><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"> ป้าคาเรนตะโกนอย่างขาดสติพลางเหวี่ยงถุงย่ามห้าสีในมือออกไปอย่างไร้ทิศทาง ถุงย่ามที่บรรจุเสบียงกรังนานาชนิดพุ่งออกไปเหมือนขีปนาวุธที่ไม่มีการนำวิถี แต่ทว่า…</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><b><i>เปรี้ยง!</i></b></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">ถุงย่ามบรรจุชีสเค้กขนาดจัมโบ้กระแทกเข้าที่ใบหน้าของนกสติมฟาเลียนตัวที่สามอย่างจัง มันไทำให้นกตัวนั้นเสียการทรงตัว มันส่งเสียงร้องแหลมออกมาด้วยความเจ็บปวดและสับสน ก่อนที่นกตัวนั้นจะฟื้นตัวทัน ก็โดนแรงเหวี่ยงอันไร้ทิศทางฟาดไปอีกรอบจนร่วงลงสู่ผิวน้ำอย่างน่าอนาถ</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่น่าตกใจคือ…ซากศพของนกสติมฟาเลียนทั้งสามตัวไม่ได้สลายเป็นละอองสีทองเหมือนอย่างที่อสุรกายกรีกอื่น ๆ มักจะเป็นเมื่อถูกสังหาร ร่างของพวกมันที่เต็มไปด้วยขนโลหะและจงอยปากทองแดงลอยคว้างอยู่บนผิวน้ำ </font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font face="Kanit" size="3" color="#48d1cc">“เฮ้ย! ทำไมพวกมันไม่สลายเป็นผงสีทองล่ะ?” </font><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">แจสเปอร์ถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มองดูซากศพที่น่ากลัวของพวกมัน</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">เอโลอิสกัดริมฝีปาก เธอรู้ว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่แน่ถ้าปล่อยไว้</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font face="Kanit" size="3" color="#ff8c00">“นกพวกนี้มันเป็นอสุรกาย เราจะปล่อยให้ศพพวกมันลอยอยู่กลางแอตแลนติกไม่ได้นะ! ถ้ามนุษย์ธรรมดาเจอเข้า พวกเขาจะเห็นมันเป็นอะไรก็ยังไม่รู้เลย พวกเราคาดการณ์ไม่ได้แน่”</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">ป้าคาเรนที่เพิ่งฟื้นตัวจากความตกใจ ยกมือขึ้นมาอย่างรวดเร็ว</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font face="Kanit" size="3" color="#ff00ff">“ไม่นะ! ฉันไม่ยอมให้เอาพวกมันมาอยู่บนเรือกับพวกเราเด็ดขาด! อี๋~”</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">ทุกคนมองหน้ากันด้วยความกลุ้มใจ การทิ้งซากศพไว้กลางมหาสมุทรเป็นการทิ้งหลักฐานที่สุ่มเสี่ยงจนเกินไป เอโลอิสถอนหายใจยาว แต่ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจจนได้</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font face="Kanit" size="3" color="#ff8c00">“โอเค ฉันจะทำลายหลักฐานนี้เอง”</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">เธอเปิดกระเป๋าคาดเอวหนังของเธอ ซึ่งเป็นของวิเศษที่ได้รับจากเทพบิดา </font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font face="Kanit" size="3" color="#ff8c00">“แจสเปอร์ช่วยฉันหน่อย”</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">ด้วยกำลังมหาศาลของแจสเปอร์และพลังควบคุมโลหะของเอโลอิส พวกเขาร่วมกันยกซากศพของนกสติมฟาเลียนทั้งสามตัวทีละตัว แล้วยัดมันเข้าไปในกระเป๋าคาดเอวใบเล็กของเอโลอิสอย่างทุลักทุเลจนเข้าไปได้หมดในที่สุด เมื่อจัดการกับซากศพของอสุรกายเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็กลับมานั่งประจำตำแหน่งเดิมของตน</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font face="Kanit" size="3" color="#48d1cc">“เอาล่ะ”</font><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"> แจสเปอร์พูดอย่างมุ่งมั่น </font><font face="Kanit" size="3" color="#48d1cc">“ตอนนี้ไม่มีกระบอกนำทางแล้ว เราจะไปลองไอแลนด์ได้ยังไง?”</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">ป้าคาเรนยิ้มอย่างมั่นใจ เธอเป็นบุตรีแห่งเทพีไทคีที่มีโชคลาภอยู่ข้างกายเสมอ และในตอนนี้เธอต้องใช้โชคลาภนั้นให้เป็นประโยชน์แล้วล่ะ!</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font face="Kanit" size="3" color="#ff00ff">“ใช้สัญชาตญาณของฉันสิ” </font><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">ป้าคาเรนกล่าว </font><font face="Kanit" size="3" color="#ff00ff">“เราหันหัวเรือไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้...ฉันรู้สึกเหมือนมีกระแสลมดี ๆ กำลังจะมาทางนั้น”</font><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"> พูดพลางชี้ไปยังทิศทางที่ต้องการ</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">ทุกคนหยิบไม้พายขึ้นมาอีกครั้ง ช่วยกันออกแรงหันหัวเรือรูปกริฟฟอนให้หันไปในทิศทางที่ป้าคาเรนบอก</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">เมื่อทิศทางเรืออยู่ในแนวที่ถูกต้อง ป้าคาเรนก็คลี่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ เธอล้วงเข้าไปในถุงสายรุ้งของเธออีกครั้ง</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font face="Kanit" size="3" color="#ff00ff">“เซอร์ไพรส์!”</font><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"> ป้าคาเรนพูดด้วยน้ำเสียงผู้ชนะ</font><font face="Kanit" size="3" color="#ff00ff"> “ฉันมีกระบอกที่สามด้วยนะ!”</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">เธอหยิบกระบอกบรรจุลมสี่ทิศกระบอกที่สามออกมาจากซอกหลืบหนึ่งในถุงย่าม</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font face="Kanit" size="3" color="#ff8c00">“ป้า! ป้าเก็บของพวกนี้ไว้ตรงไหนเนี่ย!”</font><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"> เอโลอิสกับแจสเปอร์อุทานพร้อมกันด้วยความทึ่ง</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font face="Kanit" size="3" color="#ff00ff">“ไม่ต้องถามมากนักหรอกเอาเป็นว่ายังมีเหลือก็พอ” </font><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">ป้าคาเรนยื่นกระบอกที่สามให้เอโลอิส</font><font face="Kanit" size="3" color="#ff00ff"> “เอาไป! คราวนี้อย่าทำมันตกน้ำอีกล่ะ”</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">เอโลอิสรับมันมา เธอหันไปมองแจสเปอร์และป้าคาเรน</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font face="Kanit" size="3" color="#ff8c00">“ทุกคนจับให้แน่นนะคะ ครั้งสุดท้ายแล้ว เราจะพุ่งไปถึงลองไอแลนด์เลย!”</font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><b><i>ฉึก!</i></b></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">ฝาปิดถูกเปิดออก! </font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><b><i>ตูมมมมมมมมมมมม! </i></b></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3">พลังงานลมคำรามออกมาอีกครั้ง และเรือมินิบานาน่าก็พุ่งทะยานตัดคลื่นลูกใหญ่ของมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือไปอย่างบ้าคลั่ง มุ่งหน้าสู่ลองไอแลนด์อันเป็นจุดหมายสุดท้ายของการเดินทาง</font></div></div><div><br></div></div><div style="text-align: center;"><br></div><div style="text-align: center;"><font color="#ff0000" face="Kanit" size="3"><b><br></b></font></div><div style="text-align: center;"><font color="#ff0000" face="Kanit" size="3"><b><u>หลักฐานการต่อสู้</u></b></font></div><div style="text-align: center;"><a href="https://percyjackson.mooorp.com/plugin.php?id=dzs_npccomrade:dungeon&do=dungeon_fight&battle_id=446"><img src="https://img5.pic.in.th/file/secure-sv1/-1fe9cbfd3c3676b35.png" border="0"></a></div><div style="text-align: center;"><br></div><div style="text-align: center;"><a href="https://percyjackson.mooorp.com/plugin.php?id=dzs_npccomrade:dungeon&do=dungeon_fight&battle_id=447"><img src="https://img2.pic.in.th/pic/-21db00d1f0d3472ef.png" border="0"></a></div><div style="text-align: center;"><br></div><div style="text-align: center;"><a href="https://percyjackson.mooorp.com/plugin.php?id=dzs_npccomrade:dungeon&do=dungeon_fight&battle_id=448"><img src="https://img2.pic.in.th/pic/-3-11099e1c69956b7e0.png" border="0"></a></div><div style="text-align: center;"><br></div><div style="text-align: center;"><font color="#ff0000" face="Kanit" size="3"><b>+2 ตื่นรู้จากการพิชิตนกสติมฟาเลียนเป็นครั้งแรก</b></font></div><div style="text-align: center;"><font color="#ff0000" face="Kanit" size="3"><b><br></b></font></div><div style="text-align: center;"><b style="color: rgb(255, 0, 0); font-family: Kanit; font-size: medium;">ใข้กระบอกบรรจุลมสี่ทิศ</b><font color="#ff0000" face="Kanit" size="3"><b><br><br><br></b></font></div><div style="text-align: center;"><font color="#ff0000" face="Kanit" size="3"><b><br></b></font></div><div style="text-align: left;"><div style="text-align: center;"><font color="#808080"><br></font></div></div><p>@God <font size="3" face="Kanit"><font color="#fff"><br><br>
</font>
</font></p>
</div><font size="3"><font color="black" face="Kanit">
<br>
</font></font><p></p></div><font size="3" style=""><font color="black" style=""><b style=""><font face="Kanit">
<br></font><br>
</b></font></font></div>
หน้า:
1
[2]