Eloise โพสต์ 2026-1-2 20:33:43

<div align="center" style="list-style-type: none;">

<style>
#Eloise01 {
    border-radius: 30px;
    border: 6px double #000000;
    padding: 3px;
    box-shadow: #000000 0px 0px 3em;
background-image: url("https://i.imgur.com/rR3KDvy.png");}
</style>

<style>
#Eloise02 {
    width: 800px;
    border-radius: 20px;
    padding: 3px;
    box-shadow: #000000 0px 0px 1em;
    background-image: url("https://i.imgur.com/O01jmYP.png");}
</style>   


<style>
#Eloise03 {
    width: 520px;
    border-radius: 20px;
    border: 6px double #000000;
    padding: 3px;
    box-shadow: #000000 0px 0px 3em;
    background-image: url("https://i.imgur.com/O01jmYP.png");}
</style>   


<div id="Eloise01">
   <p>
      
<br><br></p>





<div id="Eloise02">
   <p>


<font face="Kanit"><font size="3"><font color="#fff">
<br></font></font></font></p><div style="text-align: left;"><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div style="text-align: center;"><font color="#ff8c00" face="Kanit"><font size="5" style="font-weight: bold;">วันที่ 20 ธันวาคม 2025</font><br><font size="5" style=""><b>เวลา 00</b></font></font><font color="#ff8c00" face="Kanit" size="5"><b>:00 น.</b></font></div><div style="text-align: center;"><font color="#ff8c00" face="Kanit"><br></font></div><div style="text-align: center;"><font size="3" face="Kanit" color="#ffffff"><img src="https://i.imgur.com/HiVVn9A.gif" border="0"><b style=""><br></b></font></div><div style="text-align: left;"><font size="3" face="Kanit" color="#ffffff"><br></font></div><div style="text-align: center;"><font face="Kanit"><div style="text-align: left;"><div style=""><div><div><font color="#ffffff" size="3">ท่ามกลางแสงสนธยาที่แผดส้มจนแสบตา (แม้เวลาจะดึกแล้วก็ตาม) เอโลอิสพุ่งร่างที่โชกไปด้วยเหงื่อและเขม่าโคลนออกมาจากชายป่า ทัศนียภาพเบื้องหน้าเปิดกว้างเป็นหาดทรายขาวละเอียด ทว่าในเวลานี้มันกลับดูไม่ต่างจากกับดักมรณะ ลมทะเลเค็มปร่าพัดเข้าปะทะหน้ากากหมวกเหล็กจนความชื้นของเกลือเกาะตามช่องลม ร่างกายของเธอหนักอึ้งราวกับก้อนสำริดมหึมาที่กำลังกลิ้งอยู่บนผืนทราย ทุกครั้งที่ฝีเท้าเหยียบลงบนทรายที่อ่อนนุ่ม มันกลับสูบเอาแรงจากน่องที่ปวดร้าวของเธอไปจนเกือบหมด</font></div><div><font color="#ffffff" size="3"><br></font></div><div><font size="3" color="#ff8c00">“ถะ...ถึงชายหาดแล้ว...พี่แคลรีส ฉันหยุดได้แล้วใช่ไหม!”</font><font color="#ffffff" size="3"> เอโลอิสตะโกนลอดผ่านช่องว่างของหมวกเหล็ก เสียงของเธอแหบพร่าและขาดช่วง ลมหายใจที่พ่นออกมามีรสคาวเลือดจาง ๆ ติดอยู่ที่ปลายลิ้น</font></div><div><font size="3" color="#9932cc"><br></font></div><div><font size="3" color="#9932cc">“หยุดเหรอ? ใครบอกว่าให้หยุดแค่นี้!”</font><font color="#ffffff" size="3"> เสียงคำรามของแคลรีสดังก้องแข่งกับเสียงเกลียวคลื่น รถม้าสีแดงโลหิตควบตะบึงเข้าหาเธอในมุมหักศอก ใบมีดที่ดุมล้อหมุนวนตัดผ่านผืนทรายจนกระจุยเป็นทางยาวราวกับรอยแผลขนาดใหญ่บนพื้นดิน </font><font size="3" color="#9932cc">“นั่นมันแค่วอร์มอัพยัยช่างเหล็ก! สนามรบจริงมันไม่มีเส้นชัยหรอกจนกว่าจะตาย หรือศัตรูจะตายไปหมดน่ะ! กลับตัวซะ! เป้าหมายต่อไปคือทะเลสาบที่กลางค่าย...วิ่งไปตามชายน้ำนั่นแหละ!”</font></div><div><font color="#ffffff" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" size="3">เอโลอิสไม่มีทางเลือก เธอต้องฝืนใจเอี้ยวตัวกลับท่ามกลางแรงเหวี่ยงที่ทำให้ชุดเกราะหนัก 30 กิโลกรัม เหวี่ยงไปด้านข้างจนกระดูกไหปลาร้าแทบเดาะ แคลรีสไม่ได้รอให้เธอหายใจ เธอสะบัดบังเหียนสั่งให้ม้าศึกพุ่งเข้าใส่เอโลอิสทันที บีบให้บุตรีแห่งเฮเฟตัสต้องวิ่งลุยลงไปในจุดที่น้ำทะเลท่วมถึงตาตุ่ม ทรายเปียกน้ำนั่นเหนียวหนึบและหนักราวกับกาวลาเท็กซ์ มันฉุดรั้งทุกย่างก้าวของเธอให้ช้าลง ในขณะที่รถม้าของแคลรีสวิ่งอยู่บนทรายแข็งขนาบข้างไล่กวดมาติด ๆ</font></div><div><font color="#ffffff" size="3"><b><i><br></i></b></font></div><div><font color="#ffffff" size="3"><b><i>กุบกับ! กุบกับ! กุบกับ!</i></b></font></div><div><font size="3" color="#9932cc"><br></font></div><div><font size="3" color="#9932cc">“วิ่งให้เร็วกว่านี้สิ! อย่าให้ม้าฉันงับหลังเธอได้!!”</font><font color="#ffffff" size="3"> แคลรีสหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่งอยู่บนตัวรถม้าที่โยกคลอนไปตามแรงขับเคลื่อน เธอสะบัดแส้ลงบนอากาศจนเกิดเสียงดังราวกับเสียงปืนใหญ่ที่จุดระเบิดอยู่ข้างหูเอโลอิสตลอดเวลา</font></div><div><font color="#ffffff" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" size="3">เอโลอิสรู้สึกได้ถึงไอร้อนจากลมหายใจม้าศึกที่เป่ารดแผ่นหลังเกราะสำริดของเธอ ทุกครั้งที่เธอเริ่มผ่อนแรงเพราะความเจ็บปวดที่ฝ่าเท้า ความเร็วของรถม้าจะเพิ่มขึ้นจนใบมีดดุมล้อเกือบจะเกี่ยวเข้าที่สนับแข้ง แคลรีสขับรถม้าเบียดเข้าหาเธอเรื่อย ๆ จนเอโลอิสต้องวิ่งลุยน้ำทะเลที่ลึกขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงเข่า ชุดเกราะที่หนักอยู่แล้วเมื่อโดนน้ำสาดซัดเข้าไปกลับยิ่งทวีความหนักหน่วงราวกับมีใครเอาแท่งตะกั่วมาผูกติดไว้ที่ขา</font></div><div><font size="3" color="#ff8c00"><br></font></div><div><font size="3" color="#ff8c00">“พี่บ้าไปแล้วหรือไง!”</font><font color="#ffffff" size="3"> เอโลอิสตะโกนโต้กลับด้วยแรงเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ ลมหายใจของเธอร้อนผ่าวจนหน้ากากหมวกเหล็กเต็มไปด้วยไอสีขาว </font><font size="3" color="#ff8c00">“ฉันไม่ใช่หุ่นยนต์นะ!”</font></div><div><font color="#ffffff" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" size="3">เอโลอิสต้องหักเลี้ยวออกจากชายหาดเพื่อมุ่งหน้าตัดเข้าสู่เส้นทางดินลูกรังที่ขนาบข้างด้วยทุ่งหญ้ากว้าง แสงอาทิตย์ที่ยังคงค้างเติ่งเป็นสีส้มฉานทำให้ชุดเกราะที่เธอสวมอยู่เริ่มดูดซับความร้อนจนเอโลอิสรู้สึกราวกับกำลังถูกอบสดอยู่ในเตาหลอมโลหะเคลื่อนที่เหงื่อและน้ำเค็มไหลซึมลงไปตามร่องเกราะจนผิวหนังแสบไหม้ราวกับโดนไฟลวก กลิ่นของโลหะร้อนและเหงื่ออบอวลอยู่ในหมวกเหล็กจนน่าสะอิดสะเอียน</font></div><div><font color="#ffffff" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" size="3">ตลอดระยะทางที่วิ่งตัดผ่านทุ่งหญ้าและเนินเขาเตี้ย ๆ แคลรีสไม่ได้ปล่อยให้เอโลอิสได้พักสายตาแม้แต่วินาทีเดียว เธอขับรถม้าซิกแซกไปมา ตัดหน้าบ้าง เบียดข้างบ้าง บีบให้เอโลอิสต้องใช้ไหวพริบในการเปลี่ยนจังหวะการวิ่งและรักษาสมดุลของร่างกายท่ามกลางน้ำหนักมหาศาล เสียงฝีเท้าม้าที่หนักหน่วงราวกับเสียงกลองศึกดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาทของเอโลอิสจนกลายเป็นจังหวะเดียวกับการเต้นของหัวใจที่จวนจะระเบิด</font></div><div><font size="3" color="#9932cc"><br></font></div><div><font size="3" color="#9932cc">“ดูนั่น! ทะเลสาบอยู่ข้างหน้า! ถ้าเธอโดนรถม้าฉันแซงก่อนจะถึงริมตลิ่ง เธอต้องวิ่งวนกลับไปชายหาดใหม่อีกรอบ!” </font><font color="#ffffff" size="3">แคลรีสแผดเสียงแข่งกับเสียงล้อรถม้าที่บดขยี้ก้อนกรวดจนแตกละเอียด</font></div><div><font color="#ffffff" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" size="3">จากชายหาดที่แสนไกล มุ่งหน้าสู่เนินที่มองเห็นทะเลสาบอยู่รำไร เอโลอิสคำรามออกมาด้วยความอัดอั้น ความเหนื่อยล้าถูกแทนที่ด้วยความโกรธจัดและสัญชาตญาณเอาตัวรอดที่แคลรีสจงใจปลุกมันขึ้นมาด้วยความบ้าคลั่ง ร่างของบุตรีแห่งเฮเฟตัสในชุดเกราะพุ่งทะยานไปข้างหน้าท่ามกลางฝุ่นตลบที่รถม้าศึกสร้างขึ้น สายตามุ่งตรงสู่ผืนน้ำของทะเลสาบเบื้องหน้าท่ามกลางเสียงแส้และเสียงหัวเราะของธิดาแห่งสงครามที่ไล่ล่าเธอไปอย่างไม่ลดละ ราวกับเงาแห่งมัจจุราชที่ไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย</font></div></div><div><br></div><div><br></div><div><br></div><div><br></div></div><div style="font-size: medium;"><br></div></div><div style="text-align: center;"><font color="#ff0000" size="4"><b>ฝึกครั้งที่ 4 Endurance Run (2)</b></font></div><div style="text-align: center;"><br></div><div style="text-align: center;">@God&nbsp;</div></font></div><div style="text-align: center;"><br></div>


</div><font size="3"><font color="black" face="Kanit">

<br>

</font></font><p></p></div><font size="3" style=""><font color="black" style=""><b style=""><font face="Kanit">

<br></font><br>

</b></font></font></div>




Dean โพสต์ 2026-1-29 01:05:47

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Dean เมื่อ 2026-1-29 01:06

Daemon ตอบกลับเมื่อ 2026-1-1 12:30
DaemonKannel1 · มกราคม · 2026 · 11.30 น.    &nbs ...
https://i.imgur.com/ZmPLSo3.png385https://i.imgur.com/ZmPLSo3.pngทะเลไม่เหมือนเดิม

             (THU) 01/01/2026 เวลา 11.30 น.
               วงน้ำปริศนาผุดขึ้นเหนือคลื่นน้ำชายหาดฮาล์ฟบลัด ส่งตัวของชายหนุ่มสายเลือดโพไซดอนกลับสู่ผืนดินอีกครั้งหลังจากที่ ดีน เอลวิน อัลวาเรซ นีล หายตัวไปจากค่ายฮาล์ฟบลัดเป็นเวลาสองชั่วโมงครึ่ง ป่านนี้ข่าวของการหายตัวไปของเขาคงลือสะพัดทั่วค่าย แต่คราวนี้ดีนไม่ได้หายไปนานเหมือนสองปีก่อนช่วงปลายปี บางทีเขาอาจจะกลับมาที่นี่ก่อนใครหลาย ๆ คนจะทันรู้ข่าวการหายตัวไปของเขาด้วยซ้ำ
               และหวังว่าแมคเคนซีจะไม่ตกใจ
               สายลมหนาวพัดโบกโบยหอบไอเย็นมาปะทะผิวกายจนหนาวสั่น แม้ว่าหยาดน้ำทะเลจะเหือดแห้งไปอย่างรวดเร็วหลังจากที่ร่างสูงใหญ่ขึ้นมาจากน้ำแต่ก็มิวายต้องกอดตัวเองเอาไว้แน่นอยู่ดี น่าประหลาดที่เขาสามารถแช่น้ำเย็นกลางมหาสมุทรได้เป็นชั่วโมงแต่กลับมาหนาวเอาบนบก ความจริงหลักการนี้สามารถอธิบายด้วยหลักวิทยาศาสตร์ได้ง่าย ๆ อย่างเช่นการปรับสภาพของร่างกาย การไหลเวียนโลหิต และการระเหยของน้ำบนผิว เมื่ออยู่ในน้ำ ๆ ที่มีอุณหภูมิเย็นกว่าร่างกายสัมผัสผิวที่อบอุ่น ชั้นน้ำที่เคลือบอยู่บนผิวจึงอุ่นตาม กลับกันเมื่อขึ้นสู่บก น้ำที่อยู่บนผิวระเหยออกไปทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อนจนหนาวสั่น กอปรกับแรงลมที่ปะทะผิวกายยิ่งทำให้เย็นยะเยือกยิ่งกว่าเดิม แม้ตอนนี้จะเกือบเที่ยงวันแล้วแต่อุณหภูมิน่าจะไม่เกินตัวเลขหลักเดียว
               มองดูเผิน ๆ ชายหาดทางตอนเหนือของค่ายก็ยังคงดูเป็นปกติ คลื่นน้ำที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นระรอกยังคงสะอาดใส แต่ในใจของบุตรเจ้าสมุทรกลับรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลยหลังจากที่คุยเรื่องสำคัญจากพ่อ
               ร่าง ๆ หนึ่งขยับมายืนข้าง ๆ จ้องมองทะเลไปด้วยกันกับเขา เป็นชายหนุ่มที่ดีนรู้จักเป็นอย่างดี เพราะเขาคือ ‘เดม่อน เคนเนลท์’ หนึ่งในเพื่อนร่วมเป็นร่วมตายในภารกิจตามหาตรีศูลที่หายไป ความเงียบปกคลุมทั้งคู่ก่อนที่ดีนจะเอ่ยทักทาย
               “ฮาย เดมี่” กะจะทักทายสวัสดีปีใหม่กับเพื่อนรุ่นน้องที่เพิ่งปาร์ตี้กันมาเมื่อคืน (แม้ว่าเดม่อนจะถูกสาวสวยสองคนประกบจนพวกเขาทั้งสองแทบไม่ได้คุยกันในงานเลี้ยงเลยก็ตามที) แต่สีหน้าไม่สบายใจของอีกฝ่ายทำให้ดีนต้องเปลี่ยนเป็นคุยเรื่องอื่นแทน “นาย… มีเรื่องไม่สบายใจอะไรหรือเปล่าเดมี่?”
               เช่น… ตกลงได้แล้วหรือยังว่าจะเลือกคบใครระหว่างสาวสวยผมบลอนด์แสนฉลาดจากบ้านอะธีน่า หรือจะเป็นสาวเอเซียหน้าคมเฉี่ยวผู้เก่งกาจจากบ้านแอรีส แต่ไม่แน่เดม่อนอาจไม่จำเป็นต้องเลือกก็ได้เพราะพลังมหาเสน่ห์จากสายเลือดอะโฟรไดท์จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นเอง และครองรักกันสามคนด้วยความปรองดองอย่างมีความสุข...
               ‘ใช่ก็แย่ละ ไม่งั้นหมอนี่คงไม่ทำหน้าเป็นตูดแบบนี้หรอก… ขนาดเทพีอะโฟรไดท์ตัวแม่กูรูด้านความรักยังเคลียร์ปัญหารักสามเส้าเราสามคนของตัวเองไม่รอดเลย’
               “ผมเห็นนิมิตบางอย่างมา ดีน... จากแหวนวงนี้” เดม่อนชูนิ้วที่มีแหวนเธซีอุสให้ดู “มันไม่ใช่เรื่องดีเลย”
             “หือ? อ้อ…” กลายเป็นว่าดีนเข้าใจผิดไปไกล ก็อย่างว่าดราม่าเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ มันน่าใส่ใจจะตายไปนี่นา “นายบอกว่าเห็นนิมิต.. หมายถึงฝันบอกเหตุ ฝันเกี่ยวกับคำพยากรณ์งั้นเหรอ?”
               ตั้งแต่เป็นเดมิก็อดดีนได้ยินเรื่องฝันบอกเหตุมานับครั้งไม่ถ้วน และที่แย่ที่สุดคือมันเคยเกิดขึ้นกับตัวเขาเองในตอนที่ไปช่วยชาร์ล็อตจนเลยเถิดได้ทำภารกิจทำลายพิธีกรรมปลดปล่อยอะพอลลีออน แต่โชคดีที่ช่วงก่อนหน้านี้เขาแทบจะไม่ฝันตอนหลับ (หรืออาจฝันแต่จำไม่ได้) ให้ได้ซวยต้องไปรับคำพยากรณ์แสนน่ารันทดใจ
               “ก็จริง.. ความฝันของเดมิก็อดมักเป็นลางบอกเหตุอะไรบางอย่างเหมือนกับว่าพวกเรามีพลังจิตแบบจีน เกรย์–.. แล้วเมื่อคำพยากรณ์หมายหัวเอาไว้แล้ว พวกเราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้”
               แล้วก็อดที่จะนึกถึงคำพูดที่โพไซดอนกล่าวกับเขาไม่ได้
             ‘สายน้ำไม่สงบ บางที… เจ้าอาจสัมผัสได้ มันคือภัยพิบัติใต้ทะเลที่เกิดจาก…’
               “คธูลฮู… นายกำลังนึกถึงสิ่งนี้อยู่ใช่ไหม?”
               ดีนเติมคำในใจออกมาเป็นคำพูดได้อย่างรวดเร็ว แล้วยิ่งเดม่อนพูดถึงแหวนเธซีอุสผู้กำราบและผนึกเทพปีศาจคลั่งไว้ใต้ก้อนหินด้วยแล้ว ไม่มีอะไรจะเหมาะสมมากไปกว่านั้นอีก บุตรแห่งโพไซดอนนึกถึงคำของบิดาอีกครั้งก่อนจะแค่นยิ้ม
               ‘ภัยร้ายที่กำลังจะเกิดคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ตามคำทำนายที่ยังไม่มาถึง ทว่าเมื่อถึงครานั้นข้าขอให้วีรบุรุษในการณ์นั้นไม่ใช่เจ้า แต่จงเป็นผู้อื่นที่เต็มใจที่จะแบกรับชะตากรรมไว้บนบ่า’
               ‘คราวนี้คงไม่ใช่ฉันแต่เป็นนายสินะ…’
             “แล้วนายจะเอายังไงล่ะเดมี่?”
               ดีนถาม ฝั่งเดม่อนนิ่งไปคล้ายกำลังครุ่นคิดบางอย่างซึ่งอีกฝ่ายน่าจะมีคำตอบในใจอยู่แล้ว
               “ดูเหมือนคำพยากรณ์นั่นจะหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ” เดม่อนถอนหายใจยาว “ผมกะว่าจะคิดดูอีกทีเรื่องที่จะไปหาเรเชล แต่มาถึงขั้นนี้คงไม่ต้องคิดแล้วล่ะ ผมต้องรู้ให้ได้ว่าเรากำลังรับมือกับอะไรกันแน่”
               ดีนวางมือลงบนบ่าของเดม่อนก่อนจะตบลงเบา ๆ ไม่รู้ด้วยเหตุใด เขาถึงคิดว่าบุตรแห่งอะโฟรไดท์คนนี้ต้องเอาอยู่และฝากอนาคตของโลกไว้ได้
               “ถ้านายพร้อมจะแบกมันไว้บนบ่าก็ลุยเลย ฉันขอให้นายโชคดีนะเพื่อน”
https://i.imgur.com/KH6drOM.png@God

หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 [11]
ดูในรูปแบบกติ: [ตอนเหนือของค่าย] ชายหาด